Date  
5th January 2026

โรคที่เกิดจากการทำงาน มีตั้งแต่กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม โรคเครียด แต่ยังครอบคลุมถึงโรคเรื้อรังสำคัญ เช่น CVS, ไมเกรน, ความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ และโรคอ้วน รวมถึงความเสี่ยงจากสารเคมีในสภาพแวดล้อมที่ทำงาน การป้องกันทำได้ด้วยการรู้ทันโรคที่พบบ่อย พร้อมปรับสภาพแวดล้อมการทำงานตามหลัก Ergonomics รวมถึงเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ และสร้างวินัยการใช้ชีวิตที่ดี เพื่อลดความเสี่ยงก่อนที่จะกลายเป็นโรคร้ายแรง

  

 Table of Content

● 10 โรคที่เกิดจากการทำงานมีอะไรบ้าง ? ที่ควรรู้ก่อนสาย

    ○ 1. โรคออฟฟิศซินโดรม

    ○ 2. โรค CVS (Computer Vision Syndrome)

    ○ 3. โรคเครียด

    ○ 4. โรคไมเกรน

    ○ 5. ความดันโลหิตสูง

    ○ 6. โรคหัวใจ

    ○ 7. โรคอ้วน

    ○ 8. โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

    ○ 9. โรคปลอกประสาทอักเสบ

    ○ 10. โรคจากสารเคมีและสภาพแวดล้อมทำงาน

● วิธีป้องกันโรคจากการทำงานก่อนจะกลายเป็นโรคร้ายแรง

    ○ จัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยและเหมาะสม

    ○ ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ

    ○ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อ

    ○ ส่งเสริมสุขภาพด้วยพฤติกรรมที่ดี

● คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากการทำงาน (FAQs)

    ○ Q : โรคจากงานหนักเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

    ○ Q : ใครเสี่ยงเป็นโรคจากการทำงานมากที่สุด ?

    ○ Q : หากดูแลสุขภาพแล้ว ยังจำเป็นต้องมีประกันสุขภาพหรือไม่ ?

   

หลายคนทุ่มเทให้กับงานจนแทบไม่มีเวลาดูแลสุขภาพของตัวเอง ทั้งทำงานล่วงเวลา พักผ่อนน้อย หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเครียดและมลภาวะล้อมรอบ โดยไม่ตระหนักเลยว่าสิ่งเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่โรคที่เกิดจากการทำงาน และอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายของเรา

 

โรคจากการทำงานไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะค่อย ๆ สะสมและแสดงอาการในระยะยาว หลายโรคเริ่มจากอาการเล็กน้อย ก่อนจะพัฒนาเป็นโรคเรื้อรังหรือโรคร้ายแรงที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การรู้เท่าทันโรคเหล่านี้จึงเป็นก้าวแรกของการป้องกันอย่างยั่งยืน

 

10 โรคที่เกิดจากการทำงานมีอะไรบ้าง ? ที่ควรรู้ก่อนสาย

สาเหตุของโรคจากการทำงานมีอยู่ด้วยกันหลากหลาย ทั้งเกิดจากความเครียด พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ รวมไปถึงการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม หรืออยู่ในอิริยาบถเดิมซ้ำ ๆ ซึ่งโรคที่มักเกิดขึ้นกับคนทำงานมีดังนี้

 

1. โรคออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรม เข้าวินมาเป็นอันดับ 1 ของโรคเกี่ยวกับการทำงานออฟฟิศที่หลายคนต้องเผชิญ โดยอาการหลัก ๆ คือ ปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งเกิดจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานในท่าทางที่ไม่เหมาะสม ทำให้กล้ามเนื้อคอ ไหล่ และหลัง ต้องแบกรับน้ำหนักและเกิดความตึงเกร็งสะสมจนอักเสบ หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลต่อกระดูกสันหลัง หรือเกิดอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้

 

2. โรค CVS (Computer Vision Syndrome)

อีกหนึ่งโรคที่มักพบได้กับคนที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ โดยมีอาการสายตาพร่า แสบตา ปวดตา และตาแห้ง ซึ่งเกิดจากการเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟนติดต่อกันเกิน 2-3 ชั่วโมงต่อวัน แสงสีฟ้าและการกะพริบตาที่น้อยลงขณะจ้องจอ ทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักเกินไป จนเสี่ยงต่อภาวะจอประสาทตาเสื่อมในอนาคต

 

3. โรคเครียด

ความกดดันจากภาระงาน เดดไลน์ที่กระชั้นชิด หรือสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่ไม่เป็นมิตร ก่อให้เกิดความเครียดสะสม โรคเครียดไม่ได้ส่งผลเพียงแค่จิตใจที่หม่นหมองเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยรวม เช่น ทำให้นอนไม่หลับ ระบบย่อยอาหารผิดปกติ และภูมิคุ้มกันต่ำลง

 

4. โรคไมเกรน

อาการปวดหัวข้างเดียวอย่างรุนแรงแบบตุ๊บ ๆ มักเป็นโรคคู่ใจของคนวัยทำงาน โดยมักจะกำเริบเมื่อมีความเครียดสะสม การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการต้องทำงานท่ามกลางแสงจ้าจากหน้าจอ หรือเสียงดังรบกวน ซึ่งหากเป็นบ่อย ๆ จะลดทอนประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมาก

 

5. ความดันโลหิตสูง

สำหรับกลุ่มคนวัยทำงาน ที่ต้องเผชิญกับความเร่งรีบ เครียด และความกดดันในที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อเวลาในการพักผ่อน หรือมีอาการนอนไม่หลับ มักเสี่ยงที่จะมีค่าความดันสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งหากปล่อยไว้อาจเสี่ยงเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคหัวใจ

 

6. โรคหัวใจขาดเลือด

ความเครียดจากการทำงานหนักร่วมกับการพักผ่อนที่น้อยเกินไป และพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น อาหารที่มีไขมันสูงหรือโซเดียมสูง เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดปัญหาหลอดเลือดหัวใจตีบหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้เร็วขึ้น

 

7. โรคอ้วน

พฤติกรรมการทำงานที่นั่งอยู่กับที่ทั้งวัน บวกกับขาดการออกกำลังกาย และความสะดวกในการสั่งอาหารฟาสต์ฟู้ดมารับประทานที่โต๊ะทำงาน ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินความจำเป็น จนเกิดการสะสมเป็นไขมันส่วนเกิน กลายเป็นโรคอ้วน และนำไปสู่การเกิดโรคเบาหวานและไขมันในเลือดสูงตามมา

 

8. โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ส่วนคนที่ชอบกลั้นปัสสาวะบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเพราะงานยุ่งมาก ประชุมลากยาว หรือติดพันกับการทำงานจนไม่อยากลุกไปไหน การกักเก็บปัสสาวะไว้นานเกินไปจะทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตจนเกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หากอักเสบรุนแรงอาจลามไปถึงกรวยไตได้

 

9. โรคปลอกประสาทอักเสบ

แม้จะเป็นโรคที่ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมโดยตรง แต่พบมากในหญิงวัยทำงานที่อยู่ในช่วงอายุ 20-40 ปี ที่มีความเครียดสะสม หรือทำงานหนัก โดยอาการที่สามารถสังเกตได้อย่างชัดเจนก็จะมีทั้ง อาการชาตามแขนขา อ่อนแรง เหนื่อยง่าย หรือมีปัญหาเรื่องการทรงตัว ซึ่งเป็นโรคที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

 

10. โรคจากสารเคมีและสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน

สำหรับสายงานที่ต้องคลุกคลีกับโรงงาน ไซต์งานก่อสร้าง หรือห้องแล็บ ความเสี่ยงจะมาจากสารเคมีและฝุ่นละออง เช่น พิษตะกั่ว สารหนู รวมถึงโรคแอสเบสโตสิส (Asbestosis) ที่เกิดจากการสูดดมฝุ่นแร่ใยหินสะสมในปอด ซึ่งโรคเหล่านี้อาจใช้เวลาสะสมหลายปี ก่อนจะแสดงอาการรุนแรงในที่สุด

  

 

วิธีป้องกันโรคที่เกิดจากการทำงานก่อนจะกลายเป็นโรคร้ายแรง

หากต้องการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกิดจากการทำงาน สามารถนำวิธีหล่านี้ไปปรับใช้ได้

  

จัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยและเหมาะสม

สิ่งแรกที่ควรทำ คือการใช้หลัก Ergonomics หรือ การยศาสตร์ มาปรับใช้ในที่ทำงาน เช่น การปรับระดับความสูงของโต๊ะและเก้าอี้ให้พอดีกับสรีระ หน้าจอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ในระดับสายตา หากทำงานในโรงงาน ต้องมีการควบคุมเสียงดัง สวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นและสารเคมี รวมถึงปรับอุณหภูมิในที่ทำงานให้พอเหมาะ เพื่อลดความเครียดทางร่างกาย

 

ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ

การตรวจสุขภาพประจำปี ช่วยให้เห็นสัญญาณเตือนของโรค เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด หรือค่าความดันที่เริ่มผิดปกติ นอกจากนี้ ควรตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน (Pre-employment check-up) และตรวจคัดกรองตามความเสี่ยงเฉพาะสายงาน สำหรับผู้ที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม หรือไซต์งานก่อสร้าง และสถานที่เสี่ยงภัย ควรมีการตรวจสมรรถภาพการได้ยินหรือการทำงานของปอดร่วมด้วย

 

ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อ

สำหรับคนที่ต้องทำงานพบปะผู้คนจำนวนมาก หรือทำงานในสายบริการและสาธารณสุข การฉีดวัคซีนป้องกัน เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนตับอักเสบ หรือวัคซีนป้องกันโควิด-19 จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดในที่ทำงานได้

 

ส่งเสริมสุขภาพด้วยพฤติกรรมที่ดี

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสร้างวินัยดี ๆ ก็เป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้เช่นกัน โดยควรปฏิบัติตัวดังนี้

● พักสายตา ใช้กฎ 20-20-20 คือในทุก 20 นาที ให้พักสายตา โดยมองไกลออกไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที

● ออกกำลังกาย พยายามเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน เพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญ

● รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดการสั่งฟาสต์ฟูดที่เต็มไปด้วยไขมันอิ่มตัว เพิ่มการรับประทานผักและผลไม้ เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินและกากใย

● พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับ 7-8 ชั่วโมงคือการซ่อมแซมร่างกายที่ดีที่สุด

 

อย่างไรก็ตาม โรคจากการทำงานอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้คุณจะดูแลตัวเองดีแค่ไหนก็ตาม การมีประกันสุขภาพไว้รองรับค่ารักษาพยาบาลจึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายหนัก ๆ หากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นมาจริง ๆ เลือกทำประกันสุขภาพ ผ่านช่องทางออนไลน์กับพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต เพื่อให้คุณทำงานได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจมากขึ้นในทุกวัน

 

สนใจซื้อประกันออนไลน์กับพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต คลิกเลย

 

หมายเหตุ

● ความคุ้มครองขึ้นกับแผนประกันภัยที่เลือก

● เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

● ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

 

ข้อมูลอ้างอิง

โรคจากการทำงาน เกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกาย

โรคจากการทำงาน ที่พบบ่อย ป้องกันได้ไหม

7 โรคสุดฮิต ของชาวออฟฟิศ

    

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากการทำงาน (FAQs)

 

Q : โรคจากงานหนักเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

A : โรคที่เกิดจากการทำงานไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่เป็นผลมาจากการสะสมของปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ และแสดงอาการในระยะยาว สาเหตุหลักมาจากความเครียดสะสม ภาระงานหนัก พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น พักผ่อนน้อย ขาดการออกกำลังกาย รับประทานอาหารไม่มีประโยชน์ การนั่งทำงานในท่าทางเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน รวมถึงการสัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น สารเคมี ฝุ่นละออง หรือเสียงดัง

Q : ใครเสี่ยงเป็นโรคจากการทำงานมากที่สุด ?

A : กลุ่มที่เสี่ยงเป็นโรคจากการทำงานมากที่สุดคือ กลุ่มคนวัยทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มดังนี้

Q : หากดูแลสุขภาพแล้ว ยังจำเป็นต้องมีประกันสุขภาพหรือไม่ ?

A : แม้จะดูแลตัวเองดีแค่ไหน แต่โรคจากการทำงานก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เนื่องจากหลายปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก การมีประกันสุขภาพจึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันทางการเงินสำคัญ ที่ช่วยรองรับภาระค่ารักษาพยาบาลหนัก ๆ ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิด หรือโรคจากการทำงานพัฒนาไปสู่โรคร้ายแรง ซึ่งจะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจมากขึ้น