ไขข้อสงสัยเบี้ยประกันชีวิตควรซื้อเท่าไรดี ด้วยการพิจารณาจากรายได้ ภาระทางการเงิน และเป้าหมายชีวิตเป็นหลัก โดยคุณสามารถใช้วิธีคำนวณจำนวนเอาประกันภัยให้เพียงพอต่อความคุ้มครองที่ต้องการ พร้อมเลือกเบี้ยประกันภัยที่ชำระได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อให้ประกันชีวิตแผนที่เลือกเป็นหลัก ประกันช่วยดูแลคนที่คุณรักและสร้างความมั่นคงทางการเงินได้อย่างแท้จริง
Table of Content
● เบี้ยประกันภัยคืออะไร ?
● จำนวนเอาประกันภัย คืออะไร ?
● ความสัมพันธ์ระหว่างเบี้ยประกันภัยและจำนวนเอาประกันภัย
● วิธีคำนวณจำนวนเอาประกันภัย
● การเลือกจำนวนเอาประกันภัยให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์
● คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจำนวนเอาประกันภัยและเบี้ยประกันภัย (FAQs)
ในการเลือกทำประกันชีวิต สิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญคือเรื่องของเบี้ยประกันภัย และจำนวนเอาประกันภัย เพราะเกรงว่าหากเลือกแผนที่มีเบี้ยประกันภัยต่ำเกินไป อาจได้รับความคุ้มครองไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขณะเดียวกัน หากเลือกแผนที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยสูง เบี้ยประกันภัยที่ต้องชำระก็อาจสูงตามไปด้วย จนกลายเป็นภาระในระยะยาว และส่งผลต่อการรักษากรมธรรม์ให้คงอยู่ตามแผนที่วางไว้
การวางแผนประกันชีวิตที่ดีจึงต้องอาศัยความสมดุล โดยจะต้องดูทั้งเบี้ยประกันภัยที่สามารถชำระได้อย่างต่อเนื่อง และจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการจริง ดังนั้นเราจะพาไปทำความเข้าใจวิธีคำนวณจำนวนเอาประกันภัย พร้อมแนวทางเลือกความคุ้มครอง ว่าควรเลือกทำประกันเท่าไรดีให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
เบี้ยประกันภัยคืออะไร ?
เบี้ยประกันภัย คือ จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยชำระให้แก่บริษัทประกันภัย เพื่อรับความคุ้มครองตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ โดยสามารถเลือกชำระเป็นรายปีหรือแบ่งชำระเป็นงวดตามเง ื่อนไขของแบบประกันภัยและบริษัทประกันภัย
จำนวนเงินเอาประกันภัย คืออะไร ?
จำนวนเงินเอาประกันภัย คือ จำนวนเงินที่บริษัทประกันภัยตกลงจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น การเสียชีวิต การทุพพลภาพ หรือครบกำหนดสัญญาในประกันชีวิตบางประเภท จำนวนเงินเอาประกันภัยจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา เพื่อให้ความคุ้มครองสอดคล้องกับภาระทางการเงินและเป้าหมายการวางแผนของแต่ละบุคคล
ความสัมพันธ์ระหว่างเบี้ยประกันภัยและจำนวนเอาประกันภัย
เบี้ยประกันภัยและจำนวนเอาประกันภัยมีความสัมพันธ์กันโดยตรง กล่าวคือ ยิ่งเลือกจำนวนเอาประกันภัยสูง เบี้ยประกันภัยก็มักสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะบริษัทประกันภัยต้องรับค วามเสี่ยงมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น สมมติจากแบบประกันชีวิตคุ้มครองระยะยาว สำหรับเพศชายหรือหญิงที่ยังอายุน้อย และมีสุขภาพแข็งแรง
● หากเลือกจำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000,000 บาท เบี้ยประกันภัยอาจเริ่มต้นที่หลักพันถึงหมื่นต้น ๆ ต่อปี
● แต่หากขยับจำนวนเงินเอาประกันภัยเพิ่มขึ้นเป็น 5,000,000 บาท เบี้ยประกันภัยก็อาจขยับสูงขึ้นตามสัดส่วนความคุ้มครอง
อย่างไรก็ตาม เบี้ยประกันภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเอาประกันภัยเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น อายุ สุขภาพ อาชีพ ระยะเวลาความคุ้มครอง และรูปแบบของประกันภัย คนอายุน้อยและสุขภาพแข็งแรงมักจ่ายค่าเบี้ยฯ ถูกกว่าคนอายุมากหรือมีโรคประจำตัว แม้จะเลือกจำนวนเงินเอาประกันภัยเท่ากันก็ตาม ดังนั้นเวลาวางแผนประกันชีวิต จึงควรหาสมดุลระหว่างจำนวนเอาประกันภัยที่ เพียงพอและค่าเบี้ยฯ ที่จ่ายไหว เพื่อให้สามารถถือกรมธรรม์ได้อย่างต่อเนื่อง
วิธีคำนวณจำนวนเอาประกันภัย
การคำนวณจำนวนเอาประกันภัย จะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรทำประกันเท่าไรดี โดยมีวิธีที่สามารถทำตามได้ ดังต่อไปนี้
วิธีที่ 1 สูตรคำนวณจากรายได้
วิธีนี้เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมมาก เพราะช่วยให้ครอบครัวยังมีเงินใช้ต่อ หากขาดรายได้หลักของบ้านไปกะทันหัน สูตรคำนวณคือม
จำนวนเอาประกันภัย = รายได้ต่อปี x จำนวนปีที่ต้องการดูแลครอบครัว
ตัวอย่างเช่น หากมีรายได้เดือนละ 30,000 บาท เท่ากับรายได้ต่อปีอยู่ที่ 360,000 บาท และต้องการให้ครอบครัวมีเงินใช้ต่ออีก 10 ปี จะคำนวณได้จาก 360,000 x 10 เท่ากับ 3,600,000 บาท ดังนั้น ประเมินเบื้องต้น จำนวนเอาประกันภัยประมาณ 3,600,000 บาท
วิธีที่ 2 สูตรคำนวณจากภาระหนี้และค่าใช้จ่าย
วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีภาระทางการเงินชัดเจน เช่น ต้องผ่อนบ้าน ส่งลูกเรียน หรือดูแลพ่อแม่ โดยให้รวมค่าใช้จ่ายสำคัญทั้งหมด ทั้งหนี้บ้าน หนี้รถ ค่าเรียนลูก ค่าใช้จ่ายครอบครัว และเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อนำไปคำนวณหาค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น หนี้บ้าน 2,000,000 บาท ค่าเรียนลูก 700,000 บาท และค่าใช้จ่ายครอบครัว 1,000,000 บาท เมื่อนำมารวมกันจะเท่ากับ 3,700,000 บาท ซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางในการประเมินจำนวนเอาประกันภัยเบื้องต้น เพื่อรองรับความเสี่ยงทางการเงินของครอบครัวได้
วิธีที่ 3 สูตรคำนวณลัดสำหรับมือใหม่
สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่อยากคำนวณซับซ้อน สามารถใช้วิธีคร่าว ๆ โดยเลือกจำนวนเอาประกันภัยประมาณ 5-10 เท่าของรายได้ต่อปี เช่น หากมีราย ได้ปีละ 500,000 บาท จำนวนเงินเอาประกันภัยจะอยู่ที่ประมาณ 2,500,000 บาท และทุนที่ครอบคลุมมากขึ้นควรอยู่ที่ประมาณ 2,000,000-5,000,000 บาท แม้วิธีนี้จะไม่ละเอียดมากนัก แต่ก็ช่วยให้ประเมินเบื้องต้นได้ง่ายและรวดเร็ว
การเลือกจำนวนเอาประกันภัยให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์
การเลือกจำนวนเอาประกันภัยและเบี้ยประกันภัย ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวสำหรับทุกคน แต่ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับช่วงวัยและรูปแบบวิถีชีวิตของตนเอง ดังนี้
คนโสด หรือไม่มีภาระ
หากยังไม่มีครอบครัวหรือไม่มีหนี้สินก้อนโต อาจเลือกจำนวนเอาประกันภัยในระดับพื้นฐาน เพื่อความคุ้มครองที่ครอบคลุมกับความสามารถในการหารายได้ของตัวเอง และหากเลือกประกันภัยรูปแบบที ่กำหนดเบี้ยประกันภัยคงที่ตลอดสัญญา ก็จะเป็นการช่วยล็อกค่าเบี้ยฯ ในราคาที่ประหยัดได้ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเป้าหมายหลักคือการสร้างความคุ้มครองที่อุ่นใจในงบประมาณที่สบายกระเป๋า
คนมีครอบครัว
สำหรับผู้ที่มีคู่สมรส มีลูกน้อย หรือมีพ่อแม่วัยเกษียณที่ต้องดูแล ควรให้น้ำหนักกับจำนวนเอาประกันภัยที่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายของคนข้างหลัง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายประจำวันและค่าการศึกษาของบุตร แม้จะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้น แต่ก็ถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ
คนมีหนี้สินระยะยาว
ผู้ที่กำลังผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือมีหนี้สินทางธุรกิจจำนวนมาก ควรเลือกจำนวนเอาประกันภัยในระดับที่สามารถปิดยอดหนี้เหล่านั้นได้ทั้งหมด หรือใกล้เคียงที่สุ ด หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพื่อป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินเหล่านั้นถูกยึดและไม่ทิ้งภาระหนักหนาไว้ให้คนที่คุณรัก
คนที่ต้องการเน้นการออมเงิน
หากเป้าหมายคือการได้รับทั้งความคุ้มครองชีวิตและต้องการออมเงินไปพร้อม ๆ กัน การเลือกประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะแม้ว่าเบี้ยประกันภัยจะสูงกว่าแบบประกันที่เน้นคุ้มครองเพียงอย่างเดียว แต่ข้อดีคือมีเงินคืนระหว่างสัญญาหรือมีเงินก้อนเมื่อครบกำหนดสัญญา ช่วยให้คุณสะสมเงินออมอย่างมีวินัย และยังคงเป็นหลักประกันทางเงินที่คุ้มค่าสำหรับส่งต่อให้คนข้างหลังในอนาคต
ซึ่งหากสรุปให้เห็นภาพที่สุดกับข้อสงสัยที่ว่า เบี้ยประกันชีวิตควรซื้อเท่าไรดี คงไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับรายได้ ภาระค่าใช้จ่าย และเป้าหมายชีวิตของแต่ละบุคคล สิ่งสำคัญคือการคำนวณจำนวนเอาประกันภัยให้เพียงพอต่อความต้องการจริง พร้อมเลือกเบี้ยประกันภัยที่สามารถจ่ายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อให้ความคุ้มครองยังคงอยู่และเป็นหลักประกันที่มั่นคงให้กับคนที่คุณรัก
เพราะประกันชีวิตเป็นตัวช่วยวางแผนอนาคตและสร้างหลักประกันให้แก่คนที่คุณรักในระยะยาว ไม่ว่าคุณจะต้องการความคุ้มครองสำหรับครอบครัว วางแผนรับมือภาระทางการเงิน หรือสร้างความมั่นคงให้ชีวิต พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต พร้อมนำเสนอแผนประกันชีวิตและสุขภาพที่ตอบโจทย์ทุกเป้าหมาย ด้วยทางเลือกความคุ้มครองที่หลากหลาย สมัครง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ทั้งยังสามารถเลือกซื้อประกันชีวิตออนไลน์ได้อย่างสะดวก มาเริ่มต้นวางแผนชีวิตและเลือกแผนที่เหมาะกับคุณได้แล้ววันนี้
สนใจซื้อประกันชีวิตและประกันสุขภาพออนไลน์กับพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต คลิกเลย
หมายเหตุ
● ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก
● เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด
● ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
ข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจำนวนเอาประกันภัยและเบี้ยประกันภัย (FAQs)
Q : เบี้ยประกันชีวิตควรคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ?
A: โดยทั่วไป แนะนำให้จัดสรรงบประมาณสำหรับเบี้ยประกันชีวิตในสัดส่วนที่เหมาะสมกับรายได้และภาระค่าใช้จ่าย เพื่อให้สามารถชำระเบี้ยได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่กระทบต่อการใช้ชีวิต ทั้งนี้ ควรเลือกแผนที่สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของตนเองมากกว่าการเลือกจากเบี้ยประกันภัยที่ถูกที่สุด
Q : หากรายได้เพิ่มขึ้น ควรเพิ่มจำนวนเอาประกันภัยหรือไม่ ?
A: ควรพิจารณาทบทวนความคุ้มครองทุกครั้งเมื่อรายได้หรือภาระทางการเงินเปลี่ยนแปลง เช่น มีครอบครัว ซื้อบ้าน หรือมีบุตร เพราะความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้จำนวนเอาประกันภัยเดิมไม่เพียงพอต่อการดูแลคนข้างหลัง
Q : สามารถเปลี่ยนจำนวนเอาประกันภัยหลังจากทำประกันชีวิตไปแล้วได้หรือไม่ ?
A: ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์และบริษัทประกันภัย เนื่องจากบางแผนสามารถขอเพิ่มหรือลดจำนวนเอาประกันภัยได้ โดยอาจต้องผ่านการพิจารณารับประกันชีวิตใหม่ หรือมีการปรับเบี้ยประกันชีวิตตามเงื่อนไขที่กำหนด
Q : อายุมีผลต่อเบี้ยประกันชีวิตมากน้อยแค่ไหน ?
A: อายุเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ใช้คำนวณเบี้ยประกันภัย โดยผู้ที่เริ่มทำประกันชีวิต ตั้งแต่อายุน้อยและมีสุขภาพแข็งแรง มักได้รับอัตราเบี้ยที่ต่ำกว่าผู้ที่เริ่มทำประกันชีวิต เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีโรคประจำตัว