Date  
8th June 2026

Key Takeaways

 

การมีประกันสุขภาพหลายฉบับช่วยเพิ่มความคุ้มครองและลดภาระค่ารักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ผู้เอาประกันภัยควรเข้าใจขั้นตอนการเคลมประกันสุขภาพอย่างถูกต้อง เริ่มจากการตรวจสอบวงเงิน[1.1][1.2]ความคุ้มครองและเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์ จากนั้นเตรียมเอกสารให้พร้อม รวมถึงเลือกใช้สิทธิ์ประกันสุขภาพหลักก่อน แล้วจึงนำค่าใช้จ่ายส่วนต่างไปเคลมกับประกันสุขภาพรองตามลำดับ นอกจากนี้ การใช้ระบบ Cashless Claim และ e-Claim ผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทประกันภัยจะช่วยลดขั้นตอนการสำรองจ่ายและเร่งการรับเงินคืนได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการวางแผนและจัดการการเคลมประกันอย่างเหมาะสม ก็จะสามารถใช้สิทธิ์จากประกันหลายฉบับได้อย่างคุ้มค่าและได้รับความคุ้มครองสูงสุดตามที่ต้องการ

  

Table of Content

● ขั้นตอนการเคลมประกันสุขภาพ

● ลำดับการจัดการการเคลมประกันสุขภาพหลายฉบับ

● ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข

● เคล็ดลับเร่งขั้นตอนให้ได้เงินคืน

● คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเคลมประกันสุขภาพ (FAQs)

 

ปัจจุบันคนไทยเห็นความสำคัญของการมีประกันสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนหลายคนที่มักเลือกทำประกันสุขภาพเพิ่มเติมจากสวัสดิการของบริษัท รวมถึงผู้ที่ให้ความสำคัญกับความพร้อมด้านค่ารักษาพยาบาล จึงต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุด อีกทั้งในยุคนี้ค่ารักษาพยาบาลและเทคโนโลยีทางการแพทย์มีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นทุกปี การมีเกราะป้องกันทางการเงินมากกว่าหนึ่งชั้นย่อมช่วยสร้างความอุ่นใจได้มากกว่า

 

อย่างไรก็ตาม การมีกรมธรรม์ในมือหลายแผนก็อาจสร้างความสับสนว่า หากเกิดเหตุไม่คาดฝันและต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ควรต้องปฏิบัติตัวอย่างไร รวมถึงมีวิธีการเคลมประกันอย่างไรให้ได้สิทธิประโยชน์สูงสุด โดยไม่ต้องสำรองจ่าย และไม่เกิดปัญหาเรื่องการเคลมซ้ำซ้อน เราสรุปมาให้แบบครบจบ เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิ์และขั้นตอนการเบิกเคลมได้อย่างมืออาชีพ

 

ขั้นตอนการเคลมประกันสุขภาพ

 

การเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้การเคลมประกันสุขภาพเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเราสามารถแบ่งวิธีเคลมประกันฯ ออกเป็น 3 ช่วงเวลาหลัก ๆ ดังนี้

 

1. เตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา

 

ตรวจสอบวงเงินความคุ้มครองและเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์ผ่านแอปฯ ของบริษัทประกันภัย

 

ก่อนเดินทางไปโรงพยาบาล หากไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน ควรเปิดแอปพลิเคชันของบริษัทประกันภัย เพื่อเช็กผลประโยชน์ วงเงินคงเหลือ และเงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ของทุกฉบับที่มี

 

เลือกใช้บริการโรงพยาบาลคู่สัญญาของบริษัทประกันภัย และแจ้งล่วงหน้าว่าต้องการใช้สิทธิ์ไม่ต้องสำรองจ่าย

 

ควรเลือกใช้บริการจากโรงพยาบาลคู่สัญญาของบริษัทประกันภัย และเมื่อเดินทางไปถึงให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ลงทะเบียน เพื่อแจ้งความประสงค์ทันทีว่าต้องการใช้สิทธิ์เคลมตรงจากบริษัทประกันภัย (Cashless Claim) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินเตรียมประสานงานกับบริษัทประกันภัย

 

เตรียมบัตรประกันทุกฉบับให้ครบ

 

สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้ สำหรับคนที่มีสวัสดิการด้านประกันสุขภาพ คือบัตรประกันกลุ่มของบริษัท ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือบัตรดิจิทัลในสมาร์ตโฟน ควรตรวจสอบและเตรียมไว้ให้พร้อมใช้งาน

 

เลือกโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือข่ายของทุกบริษัทประกันภัย

 

เคล็ดลับสำคัญ คือการเลือกเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญากับทุกบริษัทประกันภัยที่ถือครองอยู่ เพราะจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเคลมแบบไม่ต้องสำรองจ่ายได้มากที่สุด

 

2. เมื่อถึงโรงพยาบาล กรณีเบิกประกันโดยไม่ต้องสำรองจ่าย

 

แสดงบัตรประชาชนและกรมธรรม์ทั้งหมด

 

ยื่นบัตรประชาชนพร้อมกับบัตรประกันทุกฉบับที่มีให้แก่เจ้าหน้าที่ในคราวเดียว เพื่อให้โรงพยาบาลเห็นภาพรวมของวงเงินความคุ้มครองทั้งหมด

 

แจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีหลายบริษัทประกันภัย

 

ย้ำกับเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจนว่า ต้องการใช้สิทธิ์ร่วมกันจากหลายกรมธรรม์ เพื่อให้โรงพยาบาลคำนวณและตัดจ่ายวงเงินได้อย่างถูกต้องตามลำดับ

  

โรงพยาบาลประสานงานกับบริษัทประกันภัย

  

โรงพยาบาลจะทำหน้าที่ส่งเอกสารและการประเมินการรักษาไปยังบริษัทประกันภัยหรือผู้บริหารจัดการสิทธิ์ (TPA: Third Party Administration) เพื่ออนุมัติวงเงินค่ารักษาพยาบาล

 

3. หลังการรักษา กรณีต้องยื่นเคลมตรงกับบริษัทประกันภัย

 

ในกรณีที่เข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลนอกเครือข่าย และจำเป็นต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน ให้นำเอกสารเคลมประกัน มาแยกยื่นภายหลัง โดยมีสิ่งที่ต้องขอจากโรงพยาบาลให้ครบถ้วน ดังนี้

 

● ใบเสร็จรับเงินตัวจริง

● ใบรับรองแพทย์

● รายละเอียดค่ารักษา (Medical Summary)

 

ซึ่งควรยื่นเรื่องเคลมประกัน ภายใน 30-90 วัน นับจากวันที่ออกจากโรงพยาบาล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันภัย

 

ลำดับการจัดการเคลมประกันสุขภาพหลายฉบับ

 

เมื่อมีประกันสุขภาพหลายกรมธรรม์ เราไม่สามารถเลือกสุ่มเคลมประกันสุขภาพ ตามใจชอบได้ แต่ควรมีกลยุทธ์ในการจัดลำดับเพื่อให้ความคุ้มครองต่อเนื่องและครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยมีหลักการจัดลำดับดังนี้

 

1. ใช้ประกันกลุ่มก่อน

 

ลำดับแรก ควรพิจารณาใช้สิทธิการรักษาที่มีอยู่แล้ว เช่น ประกันสังคมหรือประกันกลุ่มจากนายจ้าง เนื่องจากเป็นสวัสดิการพื้นฐานที่ช่วยแบ่งเบาค่ารักษาพยาบาลได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีประกันสุขภาพแบบ Deductible การใช้สิทธิเหล่านี้ก่อนอาจช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนแรก และลดการใช้วงเงินจากประกันสุขภาพส่วนบุคคลได้

 

2. ใช้ประกันสุขภาพส่วนบุคคล

 

หากหลังจากใช้สิทธิประกันหลักแล้ว ยังมีส่วนต่างค่ารักษาพยาบาลที่เกินจากวงเงินความคุ้มครองของประกันกลุ่ม ผู้เอาประกันภัยสามารถนำค่าใช้จ่ายส่วนต่างดังกล่าวมาเคลมประกันสุขภาพส่วนบุคคลที่มีอยู่เพิ่มเติมได้ ซึ่งประกันสุขภาพส่วนบุคคลในปัจจุบันมักมีวงเงินความคุ้มครองที่สูงกว่า จึงสามารถรองรับค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

3. กรณีมี Co-insurance

 

หากในกรมธรรม์ฉบับใดฉบับหนึ่งของคุณมีเงื่อนไขการร่วมจ่าย (Co-insurance) เช่น ระบุว่าผู้เอาประกันภัยต้องร่วมจ่ายเอง 30% ของค่ารักษาพยาบาล คุณสามารถนำยอด 30% ที่ต้องจ่ายเองนี้ ไปใช้สิทธิเคลมจากประกันสุขภาพอีกฉบับที่มีความคุ้มครองและตรงตามเงื่อนไขการรักษาได้

  

 

วิธีหลีกเลี่ยงปัญหาติดขัดจากการเคลมประกันสุขภาพหลายฉบับ

 

ในการใช้สิทธิเคลมประกันสุขภาพที่มีความซับซ้อน เนื่องจากมีหลายกรมธรรม์ อาจทำให้เกิดข้อติดขัดได้บ้างในบางครั้ง ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนี้

 

● เตรียมเอกสารเคลมประกันให้ครบถ้วนและชัดเจน รวมถึงควรตรวจสอบข้อยกเว้นในกรมธรรม์ล่วงหน้าก่อนทำการรักษา เช่น โรคที่เป็นมาก่อนการทำประกันสุขภาพ (Pre-existing Condition) หรือระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ว่าพ้นกำหนดแล้วหรือยัง

● แจ้งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลให้ชัดเจน ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับการรักษา ว่ามีประกันสุขภาพหลายฉบับ เพื่อให้โรงพยาบาลช่วยประสานงานและเรียงลำดับการเคลมระหว่างบริษัทประกันภัยให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์

● แนะนำให้ใช้แอปฯ ประกันสุขภาพออนไลน์ ของบริษัทประกันภัยแต่ละแห่งในการยื่นเอกสารรูปแบบดิจิทัล และใช้ฟังก์ชันติดตามสถานะเคลมแบบเรียลไทม์ (Real-time Tracking) เพื่อตรวจสอบว่าเอกสารติดค้างอยู่ที่ขั้นตอนใด

 

เคล็ดลับการเคลมประกันให้ได้เงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนด

 

หากตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน และต้องการให้ได้เงินคืนตามระยะเวลาที่แต่ละบริษัทประกันภัยกำหนด แนะนำให้เปลี่ยนจากการส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ให้เลือกยื่นเคลมผ่านแอปฯ ประกันสุขภาพออนไลน์ ซึ่งเปิดให้ยื่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพียงแค่ถ่ายรูปใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์ รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนและชัดเจน จะช่วยลดความยุ่งยากในการดำเนินการเคลม ทั้งนี้ระยะเวลาการพิจารณาจะเป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันภัย

 

การทำประกันสุขภาพหลายฉบับ คือข้อได้เปรียบสำหรับเจ้าของกรมธรรม์หากต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ทั้งยังช่วยอุดรอยรั่วของค่าใช้จ่ายในการรักษาได้อย่างไร้กังวล เพียงแต่คุณต้องเข้าใจลำดับการเคลมประกันสุขภาพ มีการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และเลือกใช้ช่องทางดิจิทัลอย่างถูกต้อง เพียงเท่านี้คุณก็จะไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง และได้รับเงินคืนภายในเวลาอันสั้น

 

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประกันสุขภาพทั้งฉบับหลัก และแผนเพิ่มเติม สามารถเลือกซื้อประกันสุขภาพออนไลน์กับพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ซื้อง่าย สะดวก คุ้มครองครบจบในที่เดียว พร้อมให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุก ๆ วัน

 

สนใจซื้อประกันภัยกับพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต คลิกเลย

 

หมายเหตุ

● ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

● เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

● ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

 

ข้อมูลอ้างอิง

What is the claims process for expat health insurance?

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเคลมประกันสุขภาพ (FAQs)

 

Q : มีประกันสุขภาพ 2 ฉบับ สามารถเคลมทั้งหมดได้หรือไม่ ?

 

A : สามารถใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมจากทั้ง 2 กรมธรรม์ได้ ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขความคุ้มครองของแต่ละกรมธรรม์ และไม่เกินค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจริง

 

Q : ต้องส่งใบเสร็จตัวจริงให้ทุกบริษัทประกันภัยหรือไม่ ?

 

A : โดยทั่วไปบริษัทฯ แรกจะใช้ใบเสร็จตัวจริง ส่วนบริษัทฯ ถัดไปสามารถใช้สำเนาที่รับรองจากบริษัทประกันภัยแรกหรือเอกสารประกอบอื่นตามเงื่อนไขได้

 

Q : ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้รับเงินเคลม ?

 

A : โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 7-30 วันทำการ ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสารและกระบวนการตรวจสอบของแต่ละบริษัทฯ

 

Q : หากโรงพยาบาลไม่อยู่ในเครือข่ายประกันจะทำอย่างไร ?

 

A : ผู้เอาประกันภัยจะต้องสำรองจ่ายค่ารักษาไปก่อน จากนั้นจึงยื่นเรื่องเคลมประกันฯ พร้อมเอกสารประกอบเพื่อขอรับเงินคืนจากบริษัทประกันภัย

 

Q : สามารถติดตามสถานะการเคลมได้อย่างไร ?

 

A : สามารถติดตามผ่านแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ของบริษัทประกันภัย หรือสอบถามผ่าน Call Center ได้โดยตรง ซึ่งช่วยให้ทราบความคืบหน้าของการเคลมแบบเรียลไทม์ได้สะดวกมากขึ้น