Date  
6th July 2026

Key Takeaways 

 

คนทำงานสามารถซื้อประกันชีวิต เพื่อใช้เป็นเครื่องมือลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาทต่อปี โดยแบ่งเป็นกลุ่มประกันชีวิตทั่วไป 100,000 บาท และกลุ่มประกันบำนาญ 200,000 บาท แต่หากถามว่าประกันชีวิตแบบไหนที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด คำตอบคือ ต้องเลือกแผนความคุ้มครองที่สอดคล้องกับฐานภาษีและเป้าหมายทางการเงินของตนเองอย่างละเอียด จะช่วยให้ได้รับทั้งการบริหารความเสี่ยงและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่คุ้มค่าที่สุด ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

 

Table of Content

 

    ● ทำความเข้าใจสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้จากการทำประกันชีวิต

    ● ประกันชีวิตแบบไหนที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด ?

    ● 5 วิธีซื้อประกันชีวิตลดหย่อนภาษีแบบ Step-by-step

    ● ส่องตัวอย่างจัดพอร์ตซื้อประกันชีวิตลดหย่อนภาษี สำหรับคนทำงาน 3 สไตล์

    ● วางแผนภาษีให้คุ้มค่า ด้วยประกันชีวิต จากพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต

    ● คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีซื้อประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี (FAQs)

  

การซื้อประกันชีวิตเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยให้คุณได้รับทั้งความคุ้มครองชีวิตและสิทธิประโยชน์ทางภาษีในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อเพียงเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้เต็มวงเงินอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน เพราะประกันชีวิตที่เหมาะสมควรสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินและความต้องการด้านความคุ้มครองในแต่ละช่วงชีวิต บทความนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักวิธีซื้อประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษีอย่างเหมาะสม เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งการวางแผนภาษีและแผนการเงินในระยะยาว

  

ทำความเข้าใจสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้จากการทำประกันชีวิต

  

ก่อนตัดสินใจซื้อประกันชีวิตเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษี สิ่งสำคัญที่ควรทำความเข้าใจคือหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด เพื่อให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนเมื่อยื่นแแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

  

เงื่อนไขหลักและวงเงินสิทธิลดหย่อนสูงสุดตามกฎหมาย

  

● กลุ่มประกันชีวิตทั่วไป : สามารถนำค่าเบี้ยประกันชีวิต มาหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยกรมธรรม์จะต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และต้องทำกับบริษัทประกันภัยที่ประกอบกิจการในประเทศไทยเท่านั้น

● กลุ่มประกันชีวิตแบบบำนาญ : สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ทั้งนี้ เมื่อรวมกับกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF), กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท

  

ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

  

ประกันชีวิตแบบไหนที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด ?

 

หลายคนมักตั้งคำถามเกี่ยวกับการหาตัวเลือกประกันชีวิตที่คุ้มค่าที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดอย่างเดียว หรือมองหาประกันชีวิตที่ให้ทั้งผลประโยชน์และลดหย่อนภาษีได้ด้วย แต่ในความเป็นจริง การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้ได้เพดานสูงสุด สามารถทำได้กับกรมธรรม์ทุกประเภทที่เข้าเงื่อนไขระยะเวลา 10 ปีขึ้นไป แต่ความคุ้มค่าจะแตกต่างกันตามจุดประสงค์การใช้งาน ดังนี้

 

เน้นผลตอบแทนและการออม

 

หากมองหาแผนประกันชีวิตที่ให้ผลตอบแทนสูงและลดหย่อนภาษีได้ด้วย แนะนำให้เลือกทำประกันสะสมทรัพย์ ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ต้องการเงินก้อนในอนาคต มีผลตอบแทนตามเงื่อนไขที่แน่นอน และมีความเสี่ยงต่ำ เหมาะกับการวางแผนการศึกษาบุตรหรือเป้าหมายระยะกลาง

 

แผนประกันสะสมทรัพย์จากพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต

 

● พรูอีซี่ เซฟเวอร์ 10/4 ชำระเบี้ยฯ ระยะสั้นเพียง 4 ปี ได้รับความคุ้มครองยาวนาน 10 ปี พร้อมรับเงินคืนทุกปี ปีละ 4% ของจำนวนเอาประกันภัย ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-9

● พรูอี เลกาซี เซฟเวอร์ ชำระเบี้ยฯ เพียง 8 ปี ได้รับความคุ้มครองยาวนานถึงอายุครบ 88 ปี พร้อมรับเงินคืนทุกปี ปีละ 8.8% ของจำนวนเอาประกันภัยเริ่มต้น

● พรูโกรท อินเด็กซ์ 15/5 ชำระเบี้ยฯ 5 ปี รับความคุ้มครองชีวิต 15 ปี การันตีเงินคืนทุก ๆ 2 ปี ปีละ 1% ของจำนวนเอาประกันภัย และรับผลประโยชน์รวมตลอดสัญญาสูงถึง 507% ของจำนวนเอาประกันภัย

 

เน้นความคุ้มครองสูง

 

แนะนำให้ซื้อประกันชีวิตตลอดชีพหรือแบบชั่วระยะเวลา ชำระเบี้ยฯ น้อยแต่ได้จำนวนเอาประกันภัยที่คุ้มค่า เหมาะกับคนที่เป็นเสาหลักของครอบครัว มีภาระหนี้สิน หรือต้องการสร้างมรดกก้อนใหญ่ให้แก่คนที่อยู่ข้างหลัง

 

แผนประกันชีวิตจากพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต

 

● พรูไลฟ์ แคร์ เบี้ยประกันชีวิตเริ่มต้นหลักพันต่อปี แต่รับความคุ้มครองหลักล้าน ช่วยสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้ครอบครัวได้อย่างง่ายดายผ่านช่องทางออนไลน์

 

เน้นเพิ่มเพดานลดหย่อน

 

แนะนำประกันชีวิตแบบบำนาญ สำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิ์เพิ่มเติมนอกเหนือจากโควตา 100,000 บาทแรก ประกันชีวิตแบบบำนาญสามารถลดหย่อนได้อีกสูงสุด 200,000 บาท แต่เมื่อรวมกับกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

 

แผนประกันชีวิตจากพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต

 

● พรูบำนาญสราญใจ รับเงินบำนาญทุกปี ปีละ 15% ของจำนวนเอาประกันภัย ตั้งแต่อายุครบ 60–85 ปี

● พรูสุขสำราญ ยอดชำระเบี้ยฯ คงที่ ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ พร้อมรับเงินบำนาญทุกปี ปีละ 15% ของจำนวนเอาประกันภัย ตั้งแต่อายุครบ 60-85 ปี

 

5 วิธีซื้อประกันชีวิตลดหย่อนภาษีแบบ Step-by-Step

 

เพื่อให้การชำระเบี้ยประกันภัยทุกบาทเกิดความคุ้มค่าและสอดคล้องกับวินัยทางการเงิน ควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

 

1. ประเมินภาษีที่ต้องจ่ายและช่องว่างลดหย่อนภาษี

 

เริ่มต้นจากการคำนวณรายได้สุทธิของตนเองเพื่อตรวจสอบฐานอัตราภาษีในปัจจุบัน เนื่องจากจำนวนเงินภาษีที่จะได้รับประหยัดคืนมานั้น จะคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ตามฐานภาษีจริงของแต่ละบุคคล เช่น ฐานภาษี 5%, 10%, 15% หรือมากกว่านั้น

ยิ่งมีฐานอัตราภาษีที่สูงมากเท่าไร ค่าเบี้ยประกันภัยที่จัดสรรไปหักลดหย่อนก็จะช่วยประหยัดเงินภาษีคืนกลับมาได้มากขึ้นตามสัดส่วนเท่านั้น ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

 

2. ตรวจสอบสิทธิลดหย่อนภาษีที่มีอยู่แล้ว

 

อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษีจนกว่าจะได้ทบทวนรายการลดหย่อนภาษีที่มีอยู่แล้ว เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) หรือเงินสมทบประกันสังคม เพื่อประเมินว่ายังมีวงเงินลดหย่อนภาษีส่วนใดคงเหลือ และสามารถวางแผนเลือกใช้สิทธิได้อย่างเหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง

 

3. เลือกประเภทประกันชีวิตให้ตรงเป้าหมายหลัก

 

การซื้อเพื่อลดหย่อนภาษีเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ควรพิจารณาเป้าหมายชีวิตควบคู่ไปด้วย เช่น หากเป็นเสาหลักหรือมีภาระหนี้สินควรเน้นประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองสูง แต่หากต้องการวางแผนเกษียณควรเน้นประกันชีวิตแบบบำนาญ หรือหากต้องการเก็บเงินก้อนควรเน้นประกันสะสมทรัพย์

 

4. เปรียบเทียบหลายแผนพร้อมคำนวณ "งบปลอดภัย"

 

หลังจากเลือกแบบประกันที่ต้องการแล้ว อย่าลืมพิจารณางบประมาณค่าเบี้ยประกันภัยให้สอดคล้องกับรายได้ของตนเอง โดยหลายคนอาจใช้สัดส่วนค่าเบี้ยประกันชีวิตประมาณ 10-15% ของรายได้ต่อปีเป็นแนวทางเบื้องต้นในการวางแผน อย่างไรก็ตาม สัดส่วนที่เหมาะสมควรพิจารณาร่วมกับภาระทางการเงิน เป้าหมายการออม และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละช่วงชีวิตด้วย

 

5. ตรวจสอบเอกสารผ่าน Check-list 3 ผ่านก่อนกดซื้อ

  

ก่อนกดปุ่มชำระเงินซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ให้ตรวจสอบความถูกต้องครั้งสุดท้ายก่อนเสมอ

1. เป็นประกันชีวิตที่ระบุชัดเจนว่าเป็นกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป

2. เป็นผลิตภัณฑ์จากบริษัทประกันภัยที่จดทะเบียนในไทย เช่น พรูเด็นเชียล ประเทศไทย

3. ยินยอมส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ในขั้นตอนกรอกข้อมูลออนไลน์ ทำเครื่องหมายในช่องแสดงความยินยอมให้บริษัทประกันภัยนำส่งข้อมูลเบี้ยประกันภัยให้แก่กรมสรรพากรทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ยอดเงินไปปรากฏในระบบ My Tax Account อัตโนมัติ ปลายปีไม่ต้องมานั่งเก็บกระดาษใบเสร็จลุ้นยื่นเอง ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

     

   

ส่องตัวอย่างจัดพอร์ตซื้อประกันชีวิตลดหย่อนภาษี สำหรับคนทำงาน 3 สไตล์

 

เพื่อให้เห็นภาพว่าควรเลือกซื้อประกันชีวิตให้ได้คุ้มค่าเหมาะกับเป้าหมายทางการเงิน ลองมาดูตัวอย่างการเลือกซื้อประกันชีวิตที่สอดคล้องกับงบประมาณและโปรไฟล์ชีวิตจริงของคนทำงานแต่ละกลุ่มกันเลย

 

มนุษย์เงินเดือนสายเซฟ เน้นได้เงินก้อนคืนชัวร์

 

คุณเอ อายุ 28 ปี ฐานภาษี 10% ต้องการเก็บเงินออมระยะกลางและใช้สิทธิลดหย่อนภาษีด้วยงบปีละ 40,000 บาท

  

ทางเลือกที่ตอบโจทย์

● เลือกทำประกันสะสมทรัพย์ พรูอีซี่ เซฟเวอร์ 10/4 ชำระเบี้ยประกันชีวิตปีละ 40,000 บาท ชำระ 4 ปี คุ้มครอง 10 ปี

ผลประโยชน์ที่จะได้รับ

● สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

● รับเงินคืนระหว่างสัญญา (4% ของจำนวนเอาประกันภัย ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ปีที่ 1-9)

ในตัวอย่างนี้ คุณเอจะได้รับประโยชน์จากการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด พร้อมได้รับความคุ้มครองชีวิตตามจำนวนเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

  

เสาหลักครอบครัว เน้นคุ้มครองสูง ค่าเบี้ยฯ เบา

 

คุณบี อายุ 30 ปี ฐานภาษี 15% มีต้องผ่อนบ้านและมีบุตร 1 คน ต้องการสร้างเกราะป้องกันหนี้สินให้ครอบครัวด้วยงบไม่เกินปีละ 4,000 บาท

 

ทางเลือกที่ตอบโจทย์

● เลือกซื้อออนไลน์ พรูไลฟ์ แคร์ (PRULife Care) เบี้ยประกันชีวิตปีละประมาณ 3,900 บาท รับจำนวนเอาประกันภัยสูงถึง 1,000,000 บาท

ผลประโยชน์ที่จะได้รับ

● สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

● ได้รับความคุ้มครองชีวิตตามจำนวนเอาประกันภัยที่ระบุในกรมธรรม์ เมื่อกรมธรรม์อนุมัติ

 

เท่ากับว่าคุณบีจ่ายเบี้ยประกันชีวิตปีละไม่เกิน 4,000 บาทตามงบที่ตั้งไว้ แต่ได้สร้างมรดกหลักล้านไว้รับรองอนาคตของบุตรเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

 

ผู้บริหารรายได้สูง วางแผนภาษีพร้อมสร้างรายได้หลังเกษียณ

   

คุณซี อายุ 42 ปี ฐานภาษี 20% ใช้สิทธิลดหย่อนจากประกันชีวิตทั่วไปครบ 100,000 บาทแล้ว และมองหาแนวทางวางแผนภาษีเพิ่มเติม ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตหลังเกษียณ

 

ทางเลือกที่อาจตอบโจทย์

● เลือกทำประกันชีวิตแบบบำนาญ พรูบำนาญสราญใจ โดยชำระเบี้ยประกันชีวิตปีละ 100,000 บาท

ผลประโยชน์ที่จะได้รับ

● สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

● ได้รับผลประโยชน์ในรูปแบบเงินบำนาญตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนทางการเงินหลังเกษียณ

 

เปลี่ยนการวางแผนภาษีในวันนี้ ให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนเกษียณในอนาคต ด้วยโอกาสได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมผลประโยชน์ในรูปแบบเงินบำนาญตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมด้านรายได้หลังเกษียณอย่างเป็นระบบ

  

วางแผนภาษีให้คุ้มค่า ด้วยประกันชีวิต จากพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต

  

การเลือกเครื่องมือบริหารการเงินที่ดี คือการเลือกสิ่งที่ให้ประโยชน์กับชีวิตในระยะยาว ไม่ว่าเป้าหมายคือการสร้างหลักประกันให้คนข้างหลัง หรือต้องการความอุ่นใจให้กับตนเอง หากคุณกำลังวางแผนภาษี พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต พร้อมนำเสนอแผนประกันชีวิตที่ตอบโจทย์ พลิกภาระภาษีให้กลายเป็นความมั่งคั่งที่จับต้องได้

 

เริ่มต้นวางแผนล่วงหน้าผ่านการซื้อประกันชีวิต สมัครง่าย ขั้นตอนไม่ซับซ้อน ดูรายละเอียดและเลือกแผนความคุ้มครองที่เหมาะกับคุณได้เลย

 

สนใจซื้อประกันชีวิตออนไลน์กับพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต คลิกเลย

  

หมายเหตุ

● ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

● เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

● ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

  

ข้อมูลอ้างอิง

1. ร้อยเรื่องลดหย่อน ปีภาษี 2560

2. ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง?

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีซื้อประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี (FAQs)

 

Q: หากมีกรมธรรม์เก่าที่ทำไว้หลายปีแล้ว จะรู้ได้อย่างไรว่าใช้ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ?

A: สามารถตรวจสอบได้จากใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือรับรองการชำระเบี้ยฯ ประจำปีที่บริษัทประกันภัยจัดส่งให้ หรือเข้าไปตรวจสอบในระบบบริการลูกค้าออนไลน์ของบริษัทประกันภัย ซึ่งยอดที่ปรากฏจะเป็นตัวเลขที่สามารถนำไปกรอกในระบบของกรมสรรพากรได้ทันที ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

 

Q: การทำประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ ?

A: สามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนได้ตามปกติ หากกรมธรรม์แบบชั่วระยะเวลานั้น ๆ มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป แต่หากเป็นแบบสัญญาระยะสั้น เช่น คุ้มครองเพียง 1 ปี หรือ 5 ปี จะไม่สามารถนำค่าเบี้ยประกันชีวิตมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้

 

Q: หากตัดสินใจเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบกำหนด 10 ปี จะมีผลต่อสิทธิลดหย่อนภาษีที่เคยใช้ไปหรือไม่ ?

A: มีผลตามกฎหมาย หากทำการเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบกำหนด 10 ปี กรมสรรพากรจะถือว่าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ส่งผลให้ต้องทำเรื่องคืนเงินภาษีที่เคยขอลดหย่อนไปทั้งหมดในปีก่อน ๆ พร้อมทั้งต้องเสียเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของยอดภาษีที่ต้องคืน

 

Q: หากมีทั้งสวัสดิการกองทุนและซื้อประกันชีวิตหลายแผน จะรู้ได้อย่างไรว่าใช้ลดหย่อนภาษีรวมกันได้สูงสุดเท่าไร ?

A: หากคุณมีทั้งสวัสดิการกองทุนและประกันชีวิตหลายรูปแบบอยู่แล้ว ควรเริ่มจากการรวบรวมข้อมูลการออมเพื่อการเกษียณทั้งหมดที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. กอช. หรือประกันชีวิตแบบบำนาญ เพื่อดูว่ายังมีวงเงินลดหย่อนภาษีส่วนใดคงเหลืออยู่ โดยการวางแผนจากข้อมูลภาพรวมจะช่วยให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

 

Q: หากเพิ่งตัดสินใจซื้อประกันชีวิตในช่วงกลางปีหรือปลายปี จะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของปีนั้นได้เต็มจำนวนหรือไม่ ?

A: สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของปีนั้นได้เต็มจำนวนตามเบี้ยฯ ที่ชำระจริง กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องทำกรมธรรม์ตั้งแต่ต้นปี แต่มีหลักเกณฑ์สำคัญคือ ต้องชำระเบี้ยประกันภัยให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธันวาคม ของปีภาษีนั้น ๆ และกรมธรรม์จะต้องได้รับการอนุมัติความคุ้มครองเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น การเลือกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์จึงเป็นวิธีที่สะดวกรวดเร็วและช่วยรักษาผลประโยชน์ให้ทันกำหนดปิดยอดก่อนสิ้นปี ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด