{ "@context": "https://schema.org", "@type": "FAQPage", "mainEntity": [ { "@type": "Question", "name": "ประกันอุบัติเหตุ (PA) ที่เหมาะกับวัย 20 ควรมีวงเงินความคุ้มครองประมาณเท่าไร ?", "acceptedAnswer": { "@type": "Answer", "text": "วงเงินที่เหมาะสมควรครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ อย่างน้อย 50,000 - 100,000 บาทต่อครั้ง และมีวงเงินการเสียชีวิตหรือทุพพลภาพที่เพียงพอต่อการเป็นเงินก้อนเริ่มต้นให้ครอบครัว" } }, { "@type": "Question", "name": "สำหรับคนวัย 30 ปี ควรทำประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Life) หรือแบบตลอดชีพ (Whole Life) ดีกว่ากัน ?", "acceptedAnswer": { "@type": "Answer", "text": "ขึ้นอยู่กับภาระ หากเน้นปิดความเสี่ยงเรื่องหนี้สินในช่วงเวลาจำกัด เช่น 15 - 20 ปี ให้เลือกแบบชั่วคราว เพราะเน้นให้ความคุ้มครองสูงในราคาเบี้ยฯ ที่ถูกกว่า เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดอะไรขึ้นในช่วงที่ยังผ่อนไม่หมด บริษัทประกันภัยจะจ่ายเงินก้อนให้ครอบครัวสามารถนำไปจัดการกับปัญหาและใช้ชีวิตต่อไปได้โดยไม่สะดุด แต่ถ้าต้องการความคุ้มครองจนถึงวาระสุดท้าย ที่อาจยาวไปจนถึงอายุ 90 หรือ 99 ปี แนะนำให้เลือกแบบตลอดชีพ เพื่อใช้เป็นหลักประกันสำหรับส่งต่อเงินก้อน ที่สามารถนำไปเป็นทุนการศึกษาให้บุตรหลาน หรือเป็นเงินถุงเงินถังไว้ให้คนข้างหลังตั้งตัวได้" } }, { "@type": "Question", "name": "ถ้าเริ่มทำประกันชีวิตเมื่ออายุ 45 ปี จะต้องจ่ายเบี้ยประกันชีวิตนานกว่าและแพงกว่าคนอายุ 30 ปีจริงหรือไม่ ?", "acceptedAnswer": { "@type": "Answer", "text": "จริง เพราะความเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้นตามอายุ ดังนั้นอัตราเบี้ยประกันชีวิตจะสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับคนอายุ 30 ปี นอกจากนี้ระยะเวลาการส่งเบี้ยฯ อาจสั้นลง ซึ่งทำให้คุณต้องจ่ายเบี้ยฯ ต่อปีเป็นจำนวนเงินที่สูงกว่ามาก" } }, { "@type": "Question", "name": "อายุ 45 ปีซื้อประกันภัยไม่แพงมีไหม ?", "acceptedAnswer": { "@type": "Answer", "text": "แม้เบี้ยฯ จะสูงตามวัย แต่ก็สามารถลดเบี้ยประกันภัยได้โดยเลือกประกันสุขภาพแบบมีส่วนร่วมจ่าย (Deductible) เพื่อรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนแรกเอง เลือกประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Life) ซึ่งเบี้ยฯ จะถูกกว่าแบบตลอดชีพ" } }, { "@type": "Question", "name": "การซื้อประกันโรคร้ายแรงเมื่ออายุมากขึ้น มีโอกาสถูกปฏิเสธหรือไม่ ?", "acceptedAnswer": { "@type": "Answer", "text": "ไม่เสมอไป แต่อาจมีขั้นตอนการพิจารณาที่เข้มข้นขึ้น เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายมักเริ่มมีประวัติการรักษาพยาบาล หรือตรวจพบสัญญาณสุขภาพบางอย่าง เช่น ภาวะความดันโลหิตสูง หรือคอเลสเตอรอลสูง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อการพิจารณาของบริษัทประกันภัย การเริ่มวางแผนตั้งแต่วัยเริ่มสร้างครอบครัว หรือช่วงอายุ 30 ที่ร่างกายส่วนใหญ่ยังแข็งแรงและอาจยังไม่มีประวัติการเจ็บป่วย จึงถือเป็นช่วงเวลาที่มีโอกาสได้รับความคุ้มครองที่สมบูรณ์และครอบคลุมที่สุด" } } ] }
Date  
1st December 2025

Key takeaway

ด้วยความเสี่ยงและภาระการเงินที่เปลี่ยนไปตามช่วงอายุ จึงควรเลือกทำประกันภัยให้เหมาะกับวัย โดยวัย 20 ควรเน้นไปที่การทำประกันสุขภาพพื้นฐาน ประกันอุบัติเหตุ พร้อมเริ่มออมด้วยประกันสะสมทรัพย์ ขณะที่วัย 30 และ 45 อาจต้องการความคุ้มครองรอบด้านมากขึ้น ทั้งประกันสุขภาพวงเงินสูง ประกันชีวิตเพื่อดูแลครอบครัว รวมถึงแผนโรคร้ายแรงหรือบำนาญเพื่อรองรับอนาคตและภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้น

 

Table of Content

● ทำไมแต่ละช่วงวัยต้องเลือกประกันภัยที่ต่างกัน ?

● อายุ 20 ทำประกันอะไรดี ? เน้นคุ้มครองความเสี่ยงเฉียบพลัน

    ○ 1. ประกันสุขภาพเบื้องต้น

    ○ 2. ประกันอุบัติเหตุ (PA) ป้องกันความเสี่ยง

    ○ 3. ประกันสะสมทรัพย์ ลดหย่อนภาษี

● อายุ 30 ทำประกันอะไรดี ? วัยสร้างครอบครัว ต้องได้ความคุ้มครองรอบด้าน

    ○ 1. ประกันสุขภาพวงเงินสูง

    ○ 2. ประกันชีวิต เพื่อคุ้มครองครอบครัว

    ○ 3. ประกันโรคร้ายแรง เริ่มได้ตั้งแต่วัยนี้ดีที่สุด

● อายุ 45 ทำประกันอะไรดี ? เน้นคุ้มครองให้คุ้มค่า

    ○ 1. ประกันสุขภาพเหมาจ่าย เลือกวงเงินตามกำลัง

    ○ 2. ประกันชีวิต เพื่อวางแผนส่งต่อทรัพย์สิน

    ○ 3. ประกันบำนาญ การันตีรายได้หลังเกษียณ

● ประกันภัยที่เหมาะที่สุดสำหรับวัยทำงานคืออะไร ?

    ○ 1. ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล

    ○ 2. ภาระครอบครัว

    ○ 3. เงินก้อนฉุกเฉิน

● เริ่มวางแผนเลือกแผนประกันภัยให้เหมาะกับช่วงวัย !

● คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำประกันภัยให้เหมาะสมกับช่วงวัย (FAQs)

    ○ Q : ประกันอุบัติเหตุ (PA) ที่เหมาะกับวัย 20 ควรมีวงเงินความคุ้มครองประมาณเท่าไร ?

    ○ Q : สำหรับคนวัย 30 ปี ควรทำประกันชีวิตแบบชั่วคราว (Term Life) หรือแบบตลอดชีพ (Whole Life) ดีกว่ากัน ?

    ○ Q : ถ้าเริ่มทำประกันชีวิตเมื่ออายุ 45 ปี จะต้องจ่ายเบี้ยประกันชีวิตนานกว่าและแพงกว่าคนอายุ 30 ปีจริงหรือไม่ ?

    ○ Q : อายุ 45 ซื้อประกันภัยไม่แพงมีไหม ?

    ○ Q : การซื้อประกันโรคร้ายแรงเมื่ออายุ 45 ปี มีโอกาสถูกปฏิเสธหรือไม่ ?

 

หลายคนอาจสงสัยว่า “อายุเท่านี้ควรทำประกันอะไรดี ?” หรือ “ทำไมคนอายุ 20 ถึงไม่จำเป็นต้องซื้อประกันภัยแบบเดียวกับคนอายุ 40 ?” นั่นก็เป็นเพราะว่า ความเสี่ยง ความจำเป็น และงบประมาณของเราจะเปลี่ยนไปตามช่วงชีวิต จึงทำให้แบบประกันภัยที่เหมาะสมที่สุดของแต่ละวัยไม่เหมือนกัน เพื่อช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น บทความนี้จึงได้รวบรวมแบบประกันภัยที่ควรทำในแต่ละช่วงอายุ ทั้งช่วยวัย 20, 30 และ 45 ปี มาแนะนำกัน

   

   

ทำไมแต่ละช่วงวัยต้องเลือกประกันภัยที่ต่างกัน ?

 

วัยเริ่มต้นทำงาน วัยสร้างครอบครัว และวัยใกล้เกษียณ ล้วนมีโจทย์ทางการเงินและสุขภาพที่แตกต่างกัน การเลือกแบบประกันภัยที่ไม่เหมาะสมกับวัย อาจทำให้ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยสูงเกินไปแต่ได้รับความคุ้มครองที่ไม่ตรงจุด เพราะ “ความเสี่ยงชีวิต” ไม่ได้เท่ากันทุกวัย การพิจารณาความแตกต่างของความเสี่ยงตามวัย จะช่วยให้คุณเลือกซื้อความคุ้มครองได้ตรงจุด

 

● อายุ 20 อาจมีรายจ่ายไม่สูง แต่เป็นช่วงที่มีความเสี่ยงอุบัติเหตุสูงที่สุดจากการเดินทางและการใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ

● อายุ 30 เริ่มมีครอบครัว รายจ่ายเพิ่มขึ้น มีภาระผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เริ่มเป็นวัยทำงานที่เริ่มเผชิญโรคเรื้อรังมากขึ้น

● อายุ 45 สุขภาพเริ่มเสื่อมถอยตามวัย โรคเรื้อรังและค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้น และเบี้ยประกันภัยบางประเภทอาจเริ่มแพงขึ้นหากซื้อช้าเกินไป

 

ดังนั้น การเลือกประกันภัยต้องพิจารณาจาก 3 อย่างเป็นหลัก ได้แก่ ภาระทางการเงิน ความเสี่ยงของสุขภาพ และเป้าหมายชีวิต เพื่อให้เงินทุกบาทที่ลงทุนในเบี้ยประกันภัยคุ้มค่าที่สุด

 

อายุ 20 ทำประกันอะไรดี ? เน้นคุ้มครองความเสี่ยงเฉียบพลัน

 

วัย 20 ปี คือวัยที่เพิ่งเริ่มมีรายได้เป็นของตัวเอง (First Jobber) ยังมีสุขภาพแข็งแรง เบี้ยประกันภัยส่วนใหญ่จึงยังไม่แพง โดยยังไม่ควรซื้อแผนที่ราคาสูงเกินไป เพราะต้องกันเงินไว้สร้างฐานะ คำถามที่พบบ่อยคือ “อายุ 20 ต้องมีประกันอะไรบ้าง” คำตอบคือ ควรมีประกันพื้นฐานที่ให้ความคุ้มครองทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

 

1. ประกันสุขภาพเบื้องต้น

เป็นการเริ่มต้นทำประกันสุขภาพ ตั้งแต่เบี้ยฯ ยังถูกที่สุด แม้จะยังไม่ป่วยหนัก อีกทั้งการมีประกันสุขภาพเอาไว้ในช่วงวัยนี้ ยังจะช่วยรองรับค่าใช้จ่ายกรณีต้องนอนโรงพยาบาล (IPD) จากการเจ็บป่วยทั่วไป หรือไข้หวัดใหญ่ รวมถึงช่วยป้องกันไม่ให้เงินเดือนก้อนแรก ๆ ต้องหมดไปกับค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย

 

2. ประกันอุบัติเหตุ (PA) ป้องกันความเสี่ยง

วัยนี้มีความเสี่ยงสูงในการเกิดอุบัติเหตุจากการเดินทาง หรือการทำกิจกรรม เพราะอายุยังน้อย บางคนอาจชอบโลดโผน โดยประกันอุบัติเหตุมักมีเบี้ยฯ ต่ำ แต่ให้วงเงินคุ้มครองสูงเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน รวมถึงจะจ่ายค่าชดเชยเมื่อเสียชีวิต หรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุ

 

3. ประกันสะสมทรัพย์ ลดหย่อนภาษี

หากต้องการเริ่มสร้างวินัยการออมและลดหย่อนภาษีไปด้วย ประกันสะสมทรัพย์ถือเป็นหนึ่งประเภทประกันที่น่าสนใจ เนื่องจากจะช่วยบังคับตัวเองให้มีวินัยในการเก็บออมระยะยาว อีกทั้งยังได้สิทธิลดหย่อนภาษีทันที ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับ First Jobber ที่ต้องการบริหารภาษีตั้งแต่ต้น

 

อายุ 30 ทำประกันอะไรดี ? วัยสร้างครอบครัว ต้องมีความคุ้มครองรอบด้าน

 

วัย 30 เป็นช่วงที่ชีวิตเริ่มซับซ้อนขึ้น ทั้งความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่ก็มาพร้อมกับภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้น เช่น การมีบุตร หรือภาระหนี้สิน อีกทั้งความเครียดจากการทำงานหนักอาจทำให้มีความเสี่ยงด้านสุขภาพตามมา คำถามที่น่าสนใจคือ “แล้วคนอายุ 30 ควรเน้นประกันแบบไหนดี” สำหรับแผนประกันภัยที่ช่วยคุ้มครองและลดความเสี่ยงของทั้งตนเองและคนในครอบครัวของคนในช่วงวัยนี้ คือ

 

1. ประกันสุขภาพคุ้มครองสูง

 

การเจ็บป่วยในวัย 30 มีโอกาสรุนแรงกว่าวัย 20 อีกทั้งในปัจจุบัน ทั้งค่าห้องและค่ารักษาของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำก็สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงควรเปลี่ยนมาทำประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายที่มีความคุ้มครองมากขึ้น เพื่อรองรับค่ารักษาโรคร้ายแรง หรือการผ่าตัดที่ซับซ้อนในอนาคต

 

2. ประกันชีวิต เพื่อคุ้มครองครอบครัว

 

การทำประกันชีวิตเป็นหัวใจสำคัญของคนในช่วงวัยนี้ เพื่อสร้างหลักประกันให้คนข้างหลัง ช่วยคุ้มครองครอบครัวหากเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เงินก้อนนี้จะช่วยชำระหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นภาระจากการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือเป็นค่าเล่าเรียนบุตรได้

 

3. ประกันโรคร้ายแรง เริ่มได้ตั้งแต่วัยนี้ดีที่สุด

 

วัย 30 คือช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มทำประกันโรคร้ายแรง เนื่องจากสภาพร่างกายส่วนใหญ่และประวัติสุขภาพยังสมบูรณ์ ทำให้มีโอกาสได้รับอนุมัติง่าย ความเสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธการทำประกันยังต่ำ ทำให้ได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมโดยไม่มีข้อยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อน โดยการเลือกซื้อประกันคุ้มครองโรคร้ายจะจ่ายเงินก้อนเมื่อตรวจพบโรคร้ายแรง ช่วยให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ดียิ่งขึ้น

 

อายุ 45 ทำประกันอะไรดี ? เน้นคุ้มครองให้คุ้มค่า

 

วัย 45 ปี คือวัยแห่งความมั่นคง แต่เป็นจุดที่เบี้ยประกันสุขภาพเริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งความเสี่ยงด้านสุขภาพก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วย คำถามหลักของคนวัยนี้คือ “อายุ 45 ควรซื้อประกันสุขภาพแบบไหน” คำตอบคือต้องเน้นที่ความคุ้มค่าและเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงิน

 

1. ประกันสุขภาพเหมาจ่าย เลือกแผนความคุ้มครองตามกำลัง

 

ด้วยค่ารักษาพยาบาลที่สูงลิ่วในปัจจุบัน การทำประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายยังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ต้องเลือกแผนความคุ้มครองตามกำลังที่จ่ายไหว เพราะในช่วงอายุนี้ เบี้ยประกันสุขภาพอาจยิ่งสูงขึ้น หากไม่สามารถซื้อแผนวงเงินสูงมากได้ ควรเลือกแผนที่ยังมีวงเงินเพียงพอต่อการรักษาโรคทั่วไปและโรคเรื้อรังที่อาจเกิดขึ้น

 

2. ประกันชีวิต เพื่อวางแผนส่งต่อทรัพย์สิน

 

วัยนี้เป็นช่วงที่ควรทำประกันชีวิต เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการมรดกอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเงินสินไหมจากประกันชีวิตไม่ต้องเสียภาษีมรดก ช่วยให้ผู้รับผลประโยชน์ได้รับเงินก้อนทันทีโดยไม่ต้องรอขั้นตอนทางกฎหมาย

 

3. ประกันบำนาญ การันตีรายได้หลังเกษียณ

 

สำหรับวัย 45 ปีขึ้นไป ประกันบำนาญเป็นการวางแผนเกษียณที่คุ้มค่าสูงสุด เพราะช่วยลดหย่อนภาษีได้สูงถึง 200,000 บาทต่อปี ซึ่งเหมาะกับวัยที่มีรายได้สูงสุด นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างกระแสรายได้ประจำที่การันตีหลังเกษียณ ทำให้เงินออมไม่หมดก่อนอายุขัย อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยแยกเงินเกษียณออกจากค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของครอบครัวได้อย่างชัดเจน

  

 

ประกันภัยที่เหมาะที่สุดสำหรับวัยทำงานคืออะไร ?

 

ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุใด ประกันภัยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับวัยทำงาน คือประกันที่ช่วยปิดความเสี่ยงทางการเงิน เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคง โดยทำหน้าที่ปกป้องเงินเก็บและทรัพย์สินที่มีไม่ให้หายไปกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็น

 

1. ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล

  

ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่สำคัญที่สุดของคนวัยทำงาน เพราะค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนมีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีและการเจ็บป่วยหนักหนึ่งครั้งอาจทำให้เงินเก็บที่สะสมมาหลายปีหมดไปได้ในพริบตา

  

2. ภาระครอบครัว

 

เนื่องจากคนวัยทำงาน โดยเฉพาะในช่วงอายุ 30 - 45 ปี มักมีภาระทางการเงินสูง เช่น หนี้สิน หรือค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร หากผู้หารายได้หลักเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ครอบครัวจะประสบปัญหาวิกฤตทางการเงินทันที

 

3. เงินก้อนฉุกเฉิน

 

การเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุร้ายแรง ไม่ได้มีแค่ค่าใช้จ่ายด้านรักษาพยาบาล แต่ยังทำให้ต้องสูญเสียรายได้จากการต้องพักฟื้นเป็นระยะเวลานาน ในกรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาลนานหลายวัน ซึ่งเงินที่เก็บออมไว้อาจไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

 

เริ่มวางแผนเลือกประกันภัยให้เหมาะกับช่วงวัย !

 

ไม่ว่าจะอายุ 20, 30 หรือ 45 ความเสี่ยงในชีวิตก็จะเปลี่ยนไปเสมอ การเลือกทำประกันภัยให้เหมาะกับช่วงวัยจึงเป็นวิธีปกป้องอนาคตทางการเงินที่ดีที่สุด ขอแนะนำการทำประกันสุขภาพและประกันชีวิต จากพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต อย่างการทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ซึ่งจะกลายเป็นประกันมรดกที่ช่วยสร้างความมั่นคงและการคุ้มครองครอบครัวในอนาคต พร้อมวางแผนการทำประกันสะสมทรัพย์ที่สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษี เพื่อบริหารแผนการเงินตั้งแต่เริ่มต้น !

 

สนใจซื้อประกันออนไลน์กับพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต คลิกเลย

 

หมายเหตุ

● ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

● เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

● ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

 

ข้อมูลอ้างอิง

วางแผนประกันอย่างไร ให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัยในชีวิต

   

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำประกันภัยให้เหมาะสมกับช่วงวัย (FAQs)

 

Q : ประกันอุบัติเหตุ (PA) ที่เหมาะกับวัย 20 ควรมีวงเงินความคุ้มครองประมาณเท่าไร ?

A : วงเงินที่เหมาะสมควรครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ อย่างน้อย 50,000 - 100,000 บาทต่อครั้ง และมีวงเงินการเสียชีวิตหรือทุพพลภาพที่เพียงพอต่อการเป็นเงินก้อนเริ่มต้นให้ครอบครัว

 

Q : สำหรับคนวัย 30 ปี ควรทำประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Life) หรือแบบตลอดชีพ (Whole Life) ดีกว่ากัน ?

A : ขึ้นอยู่กับภาระ หากเน้นปิดความเสี่ยงเรื่องหนี้สินในช่วงเวลาจำกัด เช่น 15 - 20 ปี ให้เลือกแบบชั่วคราว เพราะเน้นให้ความคุ้มครองสูงในราคาเบี้ยฯ ที่ถูกกว่า เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดอะไรขึ้นในช่วงที่ยังผ่อนไม่หมด บริษัทประกันภัยจะจ่ายเงินก้อนให้ครอบครัวสามารถนำไปจัดการกับปัญหาและใช้ชีวิตต่อไปได้โดยไม่สะดุด แต่ถ้าต้องการความคุ้มครองจนถึงวาระสุดท้าย ที่อาจยาวไปจนถึงอายุ 90 หรือ 99 ปี แนะนำให้เลือกแบบตลอดชีพ เพื่อใช้เป็นหลักประกันสำหรับส่งต่อเงินก้อน ที่สามารถนำไปเป็นทุนการศึกษาให้บุตรหลาน หรือเป็นเงินถุงเงินถังไว้ให้คนข้างหลังตั้งตัวได้

 

Q : ถ้าเริ่มทำประกันชีวิตเมื่ออายุ 45 ปี จะต้องจ่ายเบี้ยประกันชีวิตนานกว่าและแพงกว่าคนอายุ 30 ปีจริงหรือไม่ ?

A : จริง เพราะความเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้นตามอายุ ดังนั้นอัตราเบี้ยประกันชีวิตจะสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับคนอายุ 30 ปี นอกจากนี้ระยะเวลาการส่งเบี้ยฯ อาจสั้นลง ซึ่งทำให้คุณต้องจ่ายเบี้ยฯ ต่อปีเป็นจำนวนเงินที่สูงกว่ามาก

 

Q : อายุ 45 ปีซื้อประกันภัยไม่แพงมีไหม ?

A : แม้เบี้ยฯ จะสูงตามวัย แต่ก็สามารถลดเบี้ยประกันภัยได้โดย

● เลือกประกันสุขภาพแบบมีส่วนร่วมจ่าย (Deductible) เพื่อรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนแรกเอง

● เลือกประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Life) ซึ่งเบี้ยฯ จะถูกกว่าแบบตลอดชีพ

 

Q : การซื้อประกันโรคร้ายแรงเมื่ออายุมากขึ้น มีโอกาสถูกปฏิเสธหรือไม่ ?

A : ไม่เสมอไป แต่อาจมีขั้นตอนการพิจารณาที่เข้มข้นขึ้น เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายมักเริ่มมีประวัติการรักษาพยาบาล หรือตรวจพบสัญญาณสุขภาพบางอย่าง เช่น ภาวะความดันโลหิตสูง หรือคอเลสเตอรอลสูง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อการพิจารณาของบริษัทประกันภัย การเริ่มวางแผนตั้งแต่วัยเริ่มสร้างครอบครัว หรือช่วงอายุ 30 ที่ร่างกายส่วนใหญ่ยังแข็งแรงและอาจยังไม่มีประวัติการเจ็บป่วย จึงถือเป็นช่วงเวลาที่มีโอกาสได้รับความคุ้มครองที่สมบูรณ์และครอบคลุมที่สุด