Date  
26th January 2026

เงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนอื่น ๆ โดยประเภทของการบริจาคที่สามารถลดหย่อนภาษีได้จะมีทั้งการบริจาคทั่วไป หรือถ้าใครต้องการบริจาคที่สามารถลดหย่อนได้ 2 เท่า อาจเลือกบริจาคเพื่อสนับสนุนสถานพยาบาลรัฐผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ซึ่งสามารถลดหย่อนได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น นอกจากนี้การบริจาคให้พรรคการเมืองยังสามารถลดหย่อนได้สูงสุด 10,000 บาท อีกทั้งในปัจจุบันยังมีการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ที่เป็นตัวเลือกที่สะดวกและสามารถลดหย่อนภาษีได้โดยไม่ต้องเก็บเอกสารเพิ่มเติม

   

Table of Content

● เงินบริจาคลดหย่อนภาษีคืออะไร และลดหย่อนได้เท่าไหร่ ?

● เงินบริจาคประเภทไหนลดหย่อนได้บ้าง ?

    ○ เงินบริจาคทั่วไป

    ○ เงินบริจาคเพื่อการศึกษาและการพัฒนาสังคม

    ○ เงินบริจาคให้พรรคการเมือง

● บริจาคแบบไหนลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ?

● บริจาค e-Donation ลดหย่อนได้สูงสุดกี่บาท ?

● การบริจาคให้โรงเรียนเพื่อสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า คืออะไร ?

● การบริจาคให้โรงพยาบาลเพื่อสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า คืออะไร ?

● เอกสารที่ต้องใช้เพื่อยื่นลดหย่อนภาษีจากเงินบริจาค

● การบริจาคเงินให้มูลนิธิต่าง ๆ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ทุกมูลนิธิไหม ?

● ตัวอย่างการคำนวณค่าลดหย่อนภาษีจากเงินบริจาค

● คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการใช้สิทธิลดหย่อนจากการบริจาค (FAQs)

    ○ Q : การบริจาคให้กับองค์กรการกุศลที่ไม่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากรสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ไหม ?

    ○ Q : บริจาคให้กับการกุศลในต่างประเทศสามารถลดหย่อนภาษีในไทยได้หรือไม่ ?

    ○ Q : ทำไมต้องบริจาคผ่านระบบ e-Donation ถึงสะดวกกว่า ?

   

  

การบริจาคไม่เพียงเป็นการส่งต่อคุณค่าทางสังคม แต่ยังเป็นหนึ่งในวิธีลดหย่อนภาษีที่คนจำนวนมากนิยมใช้ทุกปี อย่างไรก็ตาม หลายคนยังไม่แน่ใจว่าเงินบริจาคลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ และควรบริจาคแบบไหนถึงจะสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า หรือมูลนิธิแบบใดที่สามารถนำมาลดหย่อนได้จริง เมื่อกฎหมายภาษีมีรายละเอียดที่ต้องทำความเข้าใจ การรู้เงื่อนไขให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นจะช่วยให้คุณใช้สิทธิ์ได้คุ้มค่า พร้อมวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว

1. เงินบริจาคลดหย่อนภาษีคืออะไร และลดหย่อนได้เท่าไหร่ ?

 

เงินบริจาค เป็นวิธีหนึ่งในการลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการวางแผนภาษีในแต่ละปี ซึ่งการบริจาคจะมีผลต่อการหักลดหย่อนภาษีได้ “ไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิ”

โดยเงินบริจาคถือเป็น "ค่าลดหย่อนกลุ่มสุดท้าย" ซึ่งจะถูกนำมาคิดหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และสิทธิลดหย่อนภาษีรายการอื่น ๆ เช่น ค่าประกันสังคม หรือประกันชีวิตไปแล้ว

 

2. เงินบริจาคประเภทไหนลดหย่อนภาษีได้บ้าง ?

 

ปัจจุบัน เงินบริจาคสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ โดยรายการลดหย่อนภาษีในกลุ่มนี้สามารถแบ่งเป็นหมวดหมู่ได้ดังนี้

   

2.1 เงินบริจาคทั่วไป

เงินบริจาคทั่วไป เช่น บริจาคให้มูลนิธิต่าง ๆ ที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐโดยตรง สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่บริจาคจริง สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนอื่น ๆ

2.2 เงินบริจาคเพื่อการศึกษาและการพัฒนาสังคม

เงินบริจาคเพื่อการศึกษาและการพัฒนาสังคม ประกอบด้วยการบริจาคเพื่อการศึกษา, การกีฬา, การพัฒนาสังคม โดยสามารถนำมาลดหย่อนได้เท่ากับจำนวนเงินที่บริจาคจริง แต่ยอดสูงสุดต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนอื่น ๆ

ส่วนเงินที่บริจาคให้แก่สถานพยาบาลของรัฐ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของจำนวนที่บริจาคจริง ยอดสูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนอื่น ๆ

2.3 เงินบริจาคให้พรรคการเมือง

เงินบริจาคให้พรรคการเมืองสามารถนำมาลดหย่อนได้สูงสุด 10,000 บาท ตัวอย่างเช่น หากบริจาคให้พรรคการเมือง 15,000 บาท จะหักลดหย่อนได้ 10,000 บาท เท่านั้น และสูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนอื่น ๆ

    

3. บริจาคแบบไหนลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ?

    

การบริจาคที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของจำนวนที่บริจาคจริง คือหมวดหมู่การบริจาคซื้ออุปกรณ์การแพทย์ หรือนำไปพัฒนาสถานพยาบาลของโรงพยาบาลรัฐ

 

4. บริจาค e-Donation ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดกี่บาท ?

  

ในปัจจุบันมีระบบ e-Donation ที่ช่วยให้การบริจาคเงินให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ทำได้ง่ายขึ้นและมีความปลอดภัย เพราะระบบจะส่งข้อมูลไปยังกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บใบเสร็จหรือทำเอกสารสูญหาย

โดยการบริจาคผ่าน e-Donation สามารถลดหย่อนภาษีได้ตามยอดที่บริจาคจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิของผู้เสียภาษี โดยจะคำนวณรวมกับการบริจาคในรูปแบบทั่วไป

 

ข้อดีของการบริจาคผ่าน e-Donation

● ลดหย่อนได้ตามยอดบริจาคจริง ไม่ต้องเก็บเอกสาร

● สามารถรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2 เท่า หากบริจาคให้กับสถานพยาบาลของรัฐ

● ระบบ e-Donation เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมสรรพากร ทำให้ไม่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม

● บริจาคง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมเอกสารมากมาย

 

5. การบริจาคให้โรงเรียนเพื่อสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า คืออะไร ?

 

การบริจาคให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงการคลังในปีภาษี 2568 สามารถลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า ของจำนวนเงินที่บริจาคจริง (ไม่ใช่ 2 เท่าเหมือนปีก่อนหน้า) เนื่องจากมาตรการลดหย่อน 2 เท่าผ่าน e-Donation หมดอายุไปเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567

 

ตัวอย่างเช่น หากบริจาค 10,000 บาท จะได้รับการหักลดหย่อน 10,000 บาท โดยมีเพดานไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักลดหย่อนอื่น ๆ

 

เงื่อนไขหลัก

● สถานศึกษาที่เข้าเงื่อนไข : ต้องเป็นสถานศึกษาของรัฐ โรงเรียนเอกชน (ไม่รวมโรงเรียนนอกระบบ) สถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือสถานศึกษาตามสนธิสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การสหประชาชาติ สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร

● ประเภทที่ลดหย่อนได้ : เฉพาะ “เงินบริจาค” เท่านั้น ไม่รวมสิ่งของ อุปกรณ์ หรือทรัพย์สินอื่น ๆ และต้องมีใบรับเงินบริจาคที่ถูกต้องเพื่อยื่นภาษี

  

6. การบริจาคให้โรงพยาบาลเพื่อสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า คืออะไร ?

 

การบริจาคให้โรงพยาบาลของรัฐ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสถานพยาบาล หรือการจัดหาซื้ออุปกรณ์การแพทย์ มีสิทธิ์ได้รับการลดหย่อนภาษี 2 เท่า ของจำนวนเงินที่บริจาคจริง ซึ่งหมายความว่า หากคุณบริจาค 10,000 บาท คุณสามารถหักลดหย่อนได้ 20,000 บาท โดยการบริจาคนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้

 

● ต้องเป็นโรงพยาบาลของรัฐหรือได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ : การบริจาคจะต้องให้กับโรงพยาบาลของรัฐ หรือสถานพยาบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเท่านั้น

● ต้องบริจาคเป็น "เงิน" เท่านั้น : ไม่สามารถบริจาคสิ่งของหรืออุปกรณ์ เช่น เครื่องมือทางการแพทย์หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ มาหักลดหย่อนได้

● ต้องมีหลักฐานการบริจาคที่ถูกต้อง : หากบริจาคผ่าน e-Donation จะไม่ต้องเก็บเอกสารเพิ่มเติม แต่หากบริจาคด้วยวิธีอื่น ๆ ต้องมีเอกสารเช่น ใบอนุโมทนาบัตร หรือเอกสารรับรองการบริจาคที่ออกโดยโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล

 

7. ต้องใช้เอกสารอะไรสำหรับลดหย่อนภาษีจากการบริจาคบ้าง ?

 

การเก็บหลักฐานและเอกสารให้ถูกต้องจะช่วยให้การลดหย่อนภาษีของคุณไม่สะดุดและสามารถดำเนินการได้ง่ายขึ้น โดยเอกสารที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการบริจาค ดังนี้

  

● การบริจาคผ่าน e-Donation: ไม่ต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม เมื่อบริจาคผ่านระบบ e-Donation เพราะข้อมูลจะถูกส่งไปยังกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้การลดหย่อนภาษีเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็ว

● การบริจาคทั่วไป: ต้องมีใบเสร็จที่ระบุรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ชื่อผู้บริจาค เลขประจำตัวผู้เสียภาษีขององค์กร วันที่ และจำนวนเงินที่บริจาค โดยใบเสร็จนี้จะใช้เป็นหลักฐานในการยื่นลดหย่อนภาษี

  

ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 เป็นต้นไป (ปีภาษี 2569) การลดหย่อนภาษีจากการบริจาค ต้องผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น

  

ค่าลดหย่อนภาษีจากเงินบริจาคทุกหมวด จะลดหย่อนได้เฉพาะการบริจาคผ่าน “e-Donation เท่านั้น” ไม่ว่าจะเป็นเงินบริจาคให้วัด มูลนิธิ สถานศึกษา หรือสถานพยาบาลของรัฐ โดยจะไม่สามารถใช้ใบอนุโมทนาบัตร หรือใบเสร็จรับรองได้อีก

  

แต่ในการยื่นภาษีของปี 2568 ที่ยื่นต้นปี 2569 นี้ ยังสามารถใช้ใบอนุโมทนาบัตร หรือใบเสร็จที่เก็บเอาไว้ยื่นเป็นหลักฐานได้อยู่

  

8. การบริจาคเงินให้มูลนิธิต่าง ๆ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ทุกมูลนิธิไหม ?

  

ไม่ใช่ทุกมูลนิธิที่จะสามารถนำเงินบริจาคไปลดหย่อนภาษีได้ เนื่องจากการลดหย่อนภาษีจากการบริจาคจะสามารถใช้ได้เฉพาะมูลนิธิที่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากรเท่านั้น โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อมูลนิธิที่สามารถใช้สิทธิ์จากเว็บไซต์กรมสรรพากร

 

หรืออาจเลือกบริจาคผ่านระบบ e-Donation ซึ่งจะสามารถตรวจสอบได้ทันทีว่ามูลนิธินั้น ๆ ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากรหรือไม่ และยังช่วยให้การบริจาคสะดวก รวดเร็ว โดยไม่ต้องเก็บเอกสารเพิ่มเติม

 

ทั้งนี้ หากมูลนิธิที่คุณบริจาคเงินไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากร จะไม่สามารถนำเงินบริจาคมาหักลดหย่อนภาษีได้

   

  

9. ตัวอย่างการคำนวณค่าลดหย่อนภาษีจากเงินบริจาค

 

การคำนวณเงินบริจาคอาจดูซับซ้อนเพราะมีทั้งแบบ "จ่ายจริงหักตามจริง" และแบบ "จ่ายจริงหักได้ 2 เท่า" เราลองมาดูวิธีคิดทีละขั้นตอนเพื่อให้คุณวางแผนภาษีได้อย่างแม่นยำกัน

 

ขั้นตอนที่ 1 : หา "เพดาน" การบริจาคของตัวเอง

  

ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าเราสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนเงินบริจาคได้สูงสุดกี่บาท โดยใช้สูตร:

(เงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ) x 10% = เพดานลดหย่อนบริจาค

ตัวอย่าง: หากคุณมีเงินได้สุทธิหลังจากหักค่าลดหย่อนส่วนตัว ประกันสังคม และประกันชีวิตแล้วเหลืออยู่ที่ 500,000 บาท

เพดานลดหย่อนของคุณคือ: 500,000 X 10% = 50,000 บาท

(หมายเหตุ: ไม่ว่าคุณจะบริจาคไปเท่าไหร่ ยอดรวมที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ต้องไม่เกิน 50,000 บาท)

  

ขั้นตอนที่ 2 : แยกประเภทเงินบริจาค

เงินบริจาคแต่ละประเภทมี "พลังในการลดหย่อน" ไม่เท่ากัน ดังตัวอย่างนี้

 

ประเภทการบริจาคยอดบริจาคจริงยอดที่นำไปลดหย่อนได้
1. บริจาคทั่วไป (มูลนิธิ, วัด)10,000 บาท10,000 บาท (หักตามจริง)
2. บริจาคแบบ 2 เท่า (สถานพยาบาลของรัฐ)10,000 บาท20,000 บาท (ยอดบริจาค x 2)
รวมยอดลดหย่อนภาษี20,000 บาท30,000 บาท

 

ขั้นตอนที่ 3 : ตรวจสอบยอดรวมกับเพดานภาษี

 

นำยอดลดหย่อนที่คำนวณได้จากขั้นตอนที่ 2 มาเทียบกับเพดานในขั้นตอนที่ 1

● ยอดที่คำนวณได้ : 30,000 บาท

● เพดานสูงสุดของคุณ : 50,000 บาท

● สรุป : กรณีนี้คุณสามารถนำเงินบริจาคไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน 30,000 บาท เพราะยังไม่เกินเพดานที่กฎหมายกำหนด

 

ข้อควรระวัง: หากในขั้นตอนที่ 2 คุณคำนวณยอดลดหย่อนได้ 60,000 บาท แต่เพดานของคุณคือ 50,000 บาท คุณจะสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ที่ 50,000 บาท เท่านั้น ส่วนที่เกินมาจะไม่สามารถนำไปใช้ในปีถัดไปได้

 

วางแผนภาษีและสร้างเงินออมให้มั่นคงกับ พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต

  

การบริจาคช่วยให้คุณลดหย่อนภาษีได้ แต่หากต้องการวางแผนภาษีระยะยาวและมีเงินก้อนในอนาคต ควบคู่กับความคุ้มครองชีวิต การซื้อประกันสะสมทรัพย์ คือทางเลือกที่ให้ทั้งความคุ้มครองชีวิตและได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาทต่อปี

   

แนะนำแผนประกันสะสมทรัพย์ PRUEasy Saver 10/4 ที่ช่วยให้คุณมีเงินเก็บ และยังสามารถนำไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี

  

● จ่ายเบี้ยฯ ระยะสั้น เพียง 4 ปี รับความคุ้มครองชีวิตยาว 10 ปี

● ซื้อออนไลน์ได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก เพียงมีบัตรประชาชน

● การันตีรับเงินคืนทุกปี ปีละ 4% ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-9 และรับเงินครบกำหนดสัญญา 404% ณ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 10

● เบี้ยฯ ประกันชีวิตสามารถนำมาใช้เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

  

วางแผนภาษีด้วย “แผนประกันสะสมทรัพย์” จาก พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต สมัครออนไลน์ได้ง่าย ๆ

  

หมายเหตุ

● เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

● ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

 

ข้อมูลอ้างอิง

ลดหย่อนภาษี 2568

เงินสนับสนุนการศึกษาและเงินบริจาค

บริจาคลดหย่อนภาษี – วางแผนการให้ เพื่อสิทธิ์ทางภาษีและการช่วยเหลือแบบยั่งยืน

ยื่นภาษี 2569 ลดหย่อนภาษี เงินบริจาค-หัก ณ ที่จ่าย สรรพากร ชงต่ออายุ

เงินบริจาคลดหย่อนภาษี 2568 มีอะไรบ้าง?

เงินบริจาค ลดหย่อนภาษี 2569 ได้เท่าไหร่

ลดหย่อนภาษีปี 2568 ไม่เหมือนเดิม! หมวดการศึกษาเหลือ 1 เท่า ลุ้นสรรพากรให้สิทธิย้อนหลัง ?

   

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการใช้สิทธิลดหย่อนจากการบริจาค (FAQs)

Q : การบริจาคให้กับองค์กรการกุศลที่ไม่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากรสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ไหม ?

A: ไม่สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ ถ้าองค์กรนั้นไม่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากร การบริจาคต้องทำกับมูลนิธิที่ได้รับการรับรองเท่านั้น

Q : บริจาคให้กับการกุศลในต่างประเทศสามารถลดหย่อนภาษีในไทยได้หรือไม่ ?

A: โดยทั่วไป การบริจาคให้กับมูลนิธิหรือองค์กรในต่างประเทศจะไม่ได้รับการลดหย่อนภาษีในไทย ยกเว้นองค์กรที่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากรในไทย

Q : ทำไมต้องบริจาคผ่านระบบ e-Donation ถึงสะดวกกว่า ?

A: การบริจาคผ่าน e-Donation ทำให้การบริจาคมีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น เพราะข้อมูลจะถูกส่งไปยังกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ และไม่ต้องเก็บใบเสร็จหรือเอกสารใด ๆ เพิ่มเติม