Date  
20th October 2025

Table of Content

● วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV)

    ○ วัคซีน HPV จำเป็นไหม ทำไมถึงไม่ควรพลาด ?

    ○ วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเริ่มฉีดอายุเท่าไหร่ ?

● วัคซีนที่ต้องฉีดกระตุ้นสำหรับผู้หญิงวัยทำงานและวัยผู้ใหญ่

    ○ วัคซีนไข้หวัดใหญ่

    ○ วัคซีนบาดทะยัก คอตีบ ไอกรน

    ○ วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ

    ○ วัคซีนงูสวัด

● วัคซีนสำคัญที่ต้องฉีดก่อนตั้งครรภ์

    ○ วัคซีน MMR (หัด คางทูม หัดเยอรมัน)

    ○ วัคซีนอีสุกอีใส

    ○ วัคซีนไข้หวัดใหญ่

    ○ วัคซีน Tdap

● ป้องกันความเสี่ยง สร้างเกราะคุ้มด้วยประกันสุขภาพ

   

การดูแลสุขภาพไม่ได้มีเพียงการกินอาหารที่ดีและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น แต่การสร้างเกราะป้องกันโรคด้วยการ "วัคซีน" ยังเป็นการลงทุนที่มีความสำคัญสำหรับผู้หญิงทุกคน ตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงช่วงวางแผนครอบครัว การทำความเข้าใจว่าผู้หญิงควรฉีดวัคซีนอะไรบ้างและควรฉีดเมื่อไหร่ จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคร้ายแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

บทความนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับวัคซีนที่ผู้หญิงควรฉีดในแต่ละช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยทำงาน หรือผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมและปกป้องตัวเองจากเชื้อโรคที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเรา

 

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV)

 

มะเร็งปากมดลูกคือภัยเงียบที่ติดอันดับต้น ๆ ของมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงไทย แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือ มะเร็งประเภทนี้เป็นมะเร็งไม่กี่ชนิดที่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน

 

การฉีดวัคซีน HPV จำเป็นไหม ทำไมถึงต้องให้ความสำคัญ ?

 

การฉีดวัคซีน HPV (Human Papillomavirus) ถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน เพราะเป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด และหูดหงอนไก่ได้สูงถึงกว่า 90% และหากฉีดตั้งแต่อายุยังน้อย หรือก่อนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ ยังจะเป็นการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่าสำหรับผู้หญิงทุกคน

 

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเริ่มฉีดอายุเท่าไหร่ ?

 

ช่วงอายุที่แนะนำสำหรับการเริ่มฉีด เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ได้แก่

● เด็กหญิงอายุ 9-14 ปี : แนะนำให้ฉีด 2 โดส เนื่องจากภูมิคุ้มกันจะตอบสนองได้ดีมากในช่วงวัยนี้

● ผู้หญิงอายุ 15 ปีขึ้นไป จนถึง 26 ปี : โดยทั่วไปต้องฉีด 3 โดส

● ผู้หญิงอายุเกิน 26 ปี : ยังสามารถฉีดได้ โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

 

วัคซีนที่ต้องฉีดกระตุ้นสำหรับผู้หญิงวัยทำงานและวัยผู้ใหญ่

 

เมื่อผู้หญิงก้าวเข้าสู่วัยที่เพิ่งจบการศึกษา และเริ่มต้นทำงาน หรือมีอายุ 30 ปีขึ้นไป คำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยคือ “ผู้หญิงวัย 30 ควรฉีดวัคซีนอะไรบ้าง นอกเหนือจากวัคซีน HPV ?” เพราะภูมิคุ้มกันที่เคยได้รับตอนเด็กอาจลดลงตามกาลเวลา ซึ่งหากพูดถึงวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อป้องกันโรคในผู้หญิง ถือว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการใช้ชีวิตในยุคนี้ โดยวัคซีนที่ผู้หญิงในวัยนี้ควรฉีด ได้แก่

 

วัคซีนไข้หวัดใหญ่

 

แนะนำให้ฉีดทุกปี เพราะเชื้อไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์ทุกปี วัคซีนที่เคยฉีดจากปีก่อนจึงไม่สามารถป้องกันสายพันธุ์ใหม่ได้ ยิ่งผู้หญิงที่ทำงานในพื้นที่ปิด ประชุมบ่อย หรือเดินทางเป็นประจำ ยิ่งต้องฉีดอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม

 

วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ

 

สำหรับผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด หรือผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป วัคซีนป้องกันปอดอักเสบเป็นอีกหนึ่งวัคซีนที่ควรได้รับ เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ปอดอักเสบ

 

วัคซีนงูสวัด

 

โรคงูสวัดเกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเดียวกับอีสุกอีใส เมื่ออายุมากขึ้นภูมิคุ้มกันลดลง เชื้ออาจถูกกระตุ้นให้แสดงอาการใหม่ การฉีดวัคซีนจึงสามารถช่วยป้องกันและลดโอกาสการเกิดโรคงูสวัดที่มีอาการปวดรุนแรงได้

  

  

วัคซีนสำคัญที่ต้องฉีดก่อนตั้งครรภ์

 

หลายคนมักถามว่า “ผู้หญิงเตรียมตั้งครรภ์ควรฉีดวัคซีนอะไร ?” เพราะการติดเชื้อบางอย่างในช่วงตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อทารก ทั้งความผิดปกติ การแท้ง หรือคลอดก่อนกำหนด การฉีดวัคซีนก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 - 3 เดือนจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งวัคซีนที่ควรฉีดก่อนตั้งครรภ์ ได้แก่

 

วัคซีน MMR (หัด คางทูม หัดเยอรมัน)

 

หัดเยอรมันเป็นโรคที่อันตรายมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์ หากไม่เคยฉีด หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรฉีดก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 เดือน เพราะหากติดเชื้อหัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์ อาจทำให้ทารกพิการแต่กำเนิดได้

 

วัคซีนอีสุกอีใส

 

หากไม่เคยป่วยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน ควรฉีดให้ครบโดสก่อนตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อในช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อทารก

 

วัคซีนไข้หวัดใหญ่

 

เป็นวัคซีนที่ปลอดภัยต่อหญิงตั้งครรภ์ สามารถฉีดได้ทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ ช่วยลดโอกาสปอดอักเสบและอาการรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น

 

วัคซีน Tdap

 

Tdap เป็นวัคซีนรวมที่ป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก และไอกรน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วควรจะฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี แม้จะเป็นกลุ่มโรคที่ไม่อันตรายต่อผู้ใหญ่มากนัก แต่สามารถส่งต่อให้ทารก หรือเด็กเล็กได้ จึงเหมาะมากสำหรับผู้หญิงที่มีแผนจะตั้งครรภ์ในอนาคต โดยแนะนำให้ฉีดก่อนตั้งครรภ์ หรือในช่วงไตรมาสที่ 3 (ช่วงอายุครรภ์ 27-36 สัปดาห์) เพื่อให้ภูมิคุ้มกันถูกส่งต่อไปยังทารก ทั้งยังสามารถช่วยป้องกันโรคไอกรนในเดือนแรกหลังคลอด

 

สร้างเกราะป้องกันความเสี่ยง ด้วยประกันสุขภาพในวันที่เจ็บป่วย

 

การฉีดวัคซีนเป็นการป้องกันเบื้องต้นที่ดีที่สุด แต่ในการใช้ชีวิต เราอาจยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะยังมีโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หรืออุบัติเหตุที่อาจทำให้เราเจ็บป่วยอย่างไม่คาดคิด และยังมักมาพร้อมกับค่ารักษาพยาบาลที่สูงลิ่ว การวางแผนทางการเงินเพื่อรับมือกับค่าใช้จ่ายเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้การฉีดวัคซีน ดูแลสุขภาพอย่างมั่นคงด้วยการเลือกซื้อประกันสุขภาพ จากพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต PRUMhao Mhao Double Sure เพื่อช่วยคุมค่าใช้จ่ายจากการเจ็บป่วย ให้คุณเลือกโรงพยาบาลและค่าห้องพักได้ตามใจ ที่ให้ความคุ้มครองสุขภาพสูงสุดถึง 500,000 บาท ต่อปี ในราคาค่าเบี้ยประกันสุขภาพสบายกระเป๋า

 

สนใจซื้อประกันสุขภาพ กับพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต คลิกเลย

 

หมายเหตุ

● ความคุ้มครองขึ้นกับแผนประกันภัยที่เลือก

● เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

● ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

 

ข้อมูลอ้างอิง

ผู้ใหญ่อย่างเราต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้างนะ?

ถาม-ตอบ ข้อสงสัยเกี่ยวกับ “วัคซีนป้องกันเชื้อ HPV”

“วัคซีนจำเป็น” สำหรับผู้หญิงวางแผนก่อนตั้งครรภ์ และขณะตั้งครรภ์

 

คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับวัคซีนที่ผู้หญิงควรฉีด

 

วัคซีนไข้หวัดใหญ่มีผลข้างเคียงไหม และควรฉีดช่วงไหนของปี ?

ผลข้างเคียงมักไม่รุนแรง โดยอาจมีอาการ เช่น ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด หรือมีไข้ต่ำ ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-2 วัน ควรฉีดในช่วงก่อนเข้าฤดูฝน ประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน หรือก่อนฤดูหนาวในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน เพื่อให้ภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อมีการระบาด

 

ถ้าเคยติดเชื้อ HPV มาแล้ว ยังสามารถฉีดวัคซีนได้ไหม ?

ยังสามารถฉีดได้ เพราะวัคซีน HPV ป้องกันได้หลายสายพันธุ์ แม้เคยติดเชื้อสายพันธุ์หนึ่งก็ยังสามารถป้องกันสายพันธุ์อื่นได้

 

นอกจากการฉีดวัคซีน HPV แล้ว ผู้หญิงควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยหรือไม่ ?

ควรตรวจควบคู่กันไป เนื่องจากวัคซีนไม่สามารถป้องกันเชื้อ HPV ได้ครบทุกสายพันธุ์ การตรวจคัดกรอง เช่น Pap Smear หรือ HPV DNA Test ตั้งแต่อายุ 25-30 ปีขึ้นไป จึงเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

 

การกินยาคุมกำเนิดมีผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนหรือไม่ ?

โดยทั่วไป ยาคุมกำเนิด หรือยาฮอร์โมน จะไม่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพของวัคซีนส่วนใหญ่ รวมถึงวัคซีน HPV

 

H3: สามารถฉีดวัคซีนหลายตัวในวันเดียวกันได้ไหม ?

สามารถทำได้ในหลายกรณี ขึ้นอยู่กับประเภทวัคซีน แต่จำเป็นต้องให้อยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ หรือพยาบาล