Date  
20th July 2026

เมื่ออยากป้องกันปัญหาด้านค่าใช้จ่ายในยามเจ็บป่วย หลายคนมักมีคำถามว่าควรซื้อประกันโรคร้ายแรงเท่าไรดีเพื่อให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายแฝงและรายได้ที่หายไป ซึ่งคำตอบนี้สามารถใช้วิธีคำนวณจำนวนเงินเอาประกันภัยโรคร้ายแรง โดยนำค่าใช้จ่ายรักษานอกเหนือสวัสดิการมารวมกับรายได้ต่อปี จากนั้น x 3 ถึง 5 ปี ซึ่งการเลือกจำนวนเอาประกันภัยที่เหมาะสมกับภาระหนี้สินและช่วงวัย จะช่วยประคองสภาพคล่องทางการเงินให้ครอบครัวสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุดแม้ในยามวิกฤต

 

Table of Content

● ทำไมประกันสุขภาพอย่างเดียวอาจไม่พอเมื่อเจอโรคร้าย ?

● วิธีคำนวณจำนวนเงินเอาประกันภัยโรคร้ายแรงให้ครอบคลุมและไม่เป็นภาระ

● ซื้อประกันโรคร้ายแรงเท่าไรดี ? เปรียบเทียบตามภาระของแต่ละคน

● 3 ปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจ

● วางแผนจำนวนเอาประกันภัยให้พอดี เพื่อความอุ่นใจที่ยั่งยืน

 

เมื่อพูดถึงการเตรียมตัวรับมือกับปัญหาสุขภาพ หลายคนมักนึกถึงประกันสุขภาพเหมาจ่ายเป็นอันดับแรก เพราะเข้าใจว่าครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดแล้ว แต่ความจริงที่น่ากลัวคือ เมื่อต้องเผชิญกับโรคร้ายแรง อย่างโรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือหลอดเลือดสมอง สิ่งที่ต้องกังวลไม่ได้มีแค่เรื่องค่ารักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ ที่ตามมา ประกันโรคร้ายแรงที่จ่ายเป็นเงินก้อนจึงกลายเป็นเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้ อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่า ถ้าอย่างนั้นเราควรเลือกทำประกันโรคร้ายแรงที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยหรือทุนประกันเท่าไรดีถึงจะครอบคลุมคุ้มค่า และไม่เป็นภาระการจ่ายเบี้ยประกันภัยจนเกินไป

  

ทำไมประกันสุขภาพอย่างเดียวอาจไม่พอเมื่อเจอโรคร้าย ?

  

แม้ประกันสุขภาพจะช่วยจ่ายค่าหมอค่ายาตามใบเสร็จโรงพยาบาล แต่เมื่อเจอกับโรคร้ายแรงอาจยังมีรูรั่วทางการเงินอีกหลายด้านที่ประกันสุขภาพไม่สามารถรองรับกับค่าใช้จ่ายได้ ประกันโรคร้ายแรงจึงเข้ามาปิดช่องว่างเหล่านี้ด้วยเงินก้อน นอกจากนี้ยังเหตุผลสำคัญที่ทำให้การทำประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียวอาจไม่ครอบคลุมการรักษาตัวเมื่อเกิดโรคร้าย เช่น

  

ค่าใช้จ่ายแฝงนอกเหนือจากค่ารักษา

 

อาการป่วยหนักมักตามมาด้วยค่าใช้จ่ายจุกจิกที่มองไม่เห็น เช่น ค่าจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลที่บ้าน ค่าอาหารเสริมทางการแพทย์เฉพาะโรค ค่าปรับปรุงบ้านหรือซื้ออุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วย รวมถึงค่าเดินทางไป-กลับโรงพยาบาลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  

ชดเชยรายได้ที่หายไปในช่วงพักฟื้น

 

โรคร้ายแรงมักต้องใช้เวลาในการรักษานาน เมื่อป่วยหนักจนทำงานไม่ได้ รายได้หลักอาจต้องหยุดชะงักลง แต่ค่าใช้จ่ายรายวันของครอบครัวยังคงเดินหน้าต่อ เงินก้อนจากประกันโรคร้ายแรงจึงสามารถเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่เพิ่มความยืดหยุ่นในการวางแผนค่าใช้จ่ายระหว่างการรักษา

  

ภาระหนี้สินที่ยังต้องจ่ายต่อเนื่อง

 

ไม่ว่าจะเป็นหนี้ผ่อนบ้าน หนี้รถยนต์ หรือสินเชื่ออื่น ซึ่งเจ้าหนี้ไม่ได้หยุดพักการเรียกเก็บเงินตามอาการป่วย เงินก้อนนี้จะช่วยให้มีกระแสเงินสดไปผ่อนชำระหนี้ได้ตามกำหนด ทั้งยังป้องกันการถูกยึดสินทรัพย์และช่วยลดความเครียดสะสมที่อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการรักษาตัว

 

ส่วนต่างค่ารักษาตัวจากนวัตกรรมใหม่

  

เทคโนโลยีการรักษาขั้นสูงในปัจจุบัน เช่น การรักษามะเร็งแบบพุ่งเป้า (Targeted Therapy) ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) หรือยานอกบัญชีบางประเภท มักมีราคาสูงมากและอาจเกินกว่าวงเงินเหมาจ่ายในประกันสุขภาพทั่วไป

  

วิธีคำนวณจำนวนเงินเอาประกันภัยโรคร้ายแรงให้ครอบคลุมและไม่เป็นภาระ

  

หากยังไม่แน่ใจว่าควรใช้วิธีคำนวณจำนวนเงินเอาประกันภัย หรือทุนประกันโรคร้ายแรงอย่างไรดี สามารถใช้วิธีที่นักวางแผนการเงินมักแนะนำ อีกทั้งยังเป็นสูตรพื้นฐานที่เข้าใจง่ายและสะท้อนความเป็นจริงได้ดีที่สุด โดยสามารถพิจารณาได้จากสมการ “จำนวนเงินเอาประกันภัยที่เหมาะสม = (ค่าใช้จ่ายรักษานอกเหนือสวัสดิการ) + (รายได้ต่อปี x 3 ถึง 5 ปี)”

 

● ค่าใช้จ่ายรักษานอกเหนือสวัสดิการ : ประเมินจากส่วนต่างที่คาดว่าประกันสุขภาพเดิม หรือสวัสดิการที่มีอยู่ เช่น ประกันสังคม หรือประกันกลุ่ม ซึ่งอาจจะครอบคลุมไม่ถึง โดยเฉพาะค่ายานอกบัญชี หรือเทคโนโลยีการรักษาใหม่ ซึ่งโดยเฉลี่ยควรเตรียมเผื่อไว้ประมาณ 500,000 - 1,000,000 บาท

● รายได้รวมต่อปี x 3 ถึง 5 ปี : เนื่องจากโรคร้ายแรงมักใช้เวลาในการรักษาและฟื้นฟูร่างกายนาน การคูณด้วย 3-5 ปี จะเป็นตัวเลขที่ปลอดภัยในการชดเชยรายได้ เพื่อประคองคุณภาพชีวิตของครอบครัวในช่วงที่ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

● ตัวอย่างการคำนวณ : หากมีรายได้เฉลี่ยปีละ 500,000 บาท และคาดการณ์ค่าใช้จ่ายส่วนเกินทางการแพทย์ไว้ที่ 500,000 บาท วิธีคิดจะเป็น 500,000 + (500,000 x 3 ปี) = 2,000,000 บาท ดังนั้น จำนวนเงินเอาประกันภัย หรือจำนวนเอาประกันภัยโรคร้ายแรง ที่แนะนำเบื้องต้นควรอยู่ที่ประมาณ 2,000,000 บาท เป็นต้นไป

  

ซื้อประกันโรคร้ายแรงเท่าไรดี ? เปรียบเทียบตามภาระของแต่ละคน

  

คำถามที่ว่าควรซื้อประกันโรคร้ายแรงเท่าไรดี ? คงไม่มีคำตอบที่ตายตัวสำหรับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับภาระรับผิดชอบและช่วงวัย โดยสามารถเปรียบเทียบได้จากเกณฑ์เหล่านี้

 

จำนวนเอาประกันภัย 500,000 - 1,000,000 บาท

 

เหมาะสำหรับคนโสด วัยเริ่มต้นทำงาน (First Jobber) หรือเด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีภาระหนี้สินมากนัก และไม่ได้เป็นเสาหลักของบ้าน จำนวนเอาประกันภัยระดับนี้เน้นทำไว้เพื่อเป็นเงินสำรองฉุกเฉินเบื้องต้น สำหรับค่าใช้จ่ายแฝงหรือเป็นค่าตกใจเมื่อตรวจพบโรค

 

จำนวนเอาประกันภัย 2,000,000 - 3,000,000 บาท

  

เหมาะสำหรับหัวหน้าครอบครัว หรือคนวัยทำงานที่มีภาระหนี้สินชัดเจน เช่น กำลังผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือมีค่าเทอมลูกที่ต้องรับผิดชอบ จำนวนเอาประกันภัยในระดับนี้จะทำหน้าที่เป็นตาข่ายนิรภัยที่ช่วยให้ครอบครัวยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยยังมีเงินจ่ายหนี้และรักษาคุณภาพชีวิตไว้ได้หากเสาหลักล้มป่วย

  

จำนวนเอาประกันภัย 5,000,000 บาทขึ้นไป

 

เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาระทางการเงินสูงมาก เป็นเจ้าของธุรกิจ หรือผู้ที่ต้องการการันตีการเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนระดับพรีเมียม ซึ่งในปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษามะเร็งแบบครบวงจรหนึ่งรอบ อาจพุ่งสูงแตะระดับหลายล้านบาท การมีจำนวนเอาประกันภัยสูงจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดในการรักษาได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

    

  

3 ปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจ

 

นอกเหนือจากการคำนวณตัวเลขแล้ว ก่อนที่จะตัดสินใจทำประกันโรคร้ายแรง ควรนำ 3 ปัจจัยนี้มาประเมินร่วมด้วย

 

● ประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว : หากครอบครัวของคุณมีประวัติทางพันธุกรรมเกี่ยวกับโรคร้ายแรง เช่น พ่อแม่ หรือญาติสายตรงเคยเป็นโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจ ก็ควรพิจารณาตั้งเป้าหมายจำนวนเอาประกันภัยให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ เพื่อเตรียมรับมือกับความเสี่ยงที่มากกว่าคนทั่วไป

● สวัสดิการที่มีอยู่เดิม : ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ที่มีอยู่แล้ว เช่น ประกันกลุ่มของบริษัทให้วงเงินเท่าไหร่ หรือสิทธิประกันสังคมครอบคลุมโรคอะไรบ้าง ? เพื่อให้ประกันโรคร้ายแรงที่กำลังจะซื้อใหม่ สามารถเข้ามาอุดรอยรั่วและเติมเต็มส่วนที่ขาดได้อย่างพอดี ไม่เกิดความซ้ำซ้อน

● กำลังในการชำระเบี้ยประกันภัย : ข้อนี้สำคัญที่สุด เพราะการวางแผนความเสี่ยงต้องไม่สร้างความลำบากในปัจจุบัน แนะนำให้จัดสรรงบประมาณสำหรับค่าเบี้ยประกันภัยรวมทั้งหมด ให้อยู่ที่ประมาณ 10-15% ของรายได้ต่อปี เพื่อให้สามารถส่งเบี้ยฯ ต่อเนื่องได้ในระยะยาวโดยไม่สะดุด

 

วางแผนจำนวนเอาประกันภัยให้พอดี เพื่อความอุ่นใจที่ยั่งยืน

 

การเลือกจำนวนเงินเอาประกันภัยโรคร้ายแรงที่เหมาะสม คือการสร้างตาข่ายรองรับที่แข็งแรงให้กับชีวิตและทรัพย์สินเพราะโรคร้ายแรงมักจะมาแบบไม่ทันตั้งตัว การมีเงินก้อนสำรองไว้จะช่วยให้มีทางเลือกในการรักษาที่ดียิ่งขึ้นและไม่ต้องเป็นภาระให้คนที่รัก

 

หากกำลังมองหาความคุ้มครองที่เรียบง่าย เข้าใจง่าย ให้เงินก้อนทันทีที่ตรวจเจอ ประกันโรคร้ายแรง เจอ จ่าย จบ PRUCritical Care จากพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ โดยคุ้มครอง 4 โรคร้ายแรงสำคัญ ได้แก่ หัวใจวายเฉียบพลัน หลอดเลือดสมองแตก หรืออุดตัน ไตวายเรื้อรัง และสภาวะโคม่า หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายสูงเมื่อตรวจพบ 4 โรคร้ายแรง ด้วยเบี้ยประกันภัยไม่แพง เริ่มต้นหลักร้อยบาทต่อปี ผลประโยชน์เริ่มต้น 100,000 บาท หรือเลือกรับความคุ้มครองสูงสุด 1,000,000 บาท ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงตอบคำถามไม่กี่ข้อ ขั้นตอนการสมัครง่าย ให้ความคุ้มครองครอบคลุม เริ่มปกป้องอนาคตตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ทุกก้าวย่างของชีวิตมั่นคงกว่าที่เคย ดูรายละเอียดและเลือกแผนความคุ้มครองที่เหมาะสมได้เลย

 

สนใจซื้อประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรงออนไลน์กับพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต คลิกเลย

 

หมายเหตุ

● ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

● เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

● ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการซื้อประกันโรคร้ายแรง (FAQs)

 

Q : ประกันโรคร้ายแรงแบบ “เจอ จ่าย จบ” ต่างจากประกันสุขภาพทั่วไปอย่างไร ?

A : ประกันโรคร้ายแรงแบบ “เจอ จ่าย จบ” จะมอบเงินก้อนให้ผู้เอาประกันภัยสามารถนำไปบริหารจัดการเองได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะใช้จ่ายเป็นค่ารักษาส่วนเกิน หรือชดเชยรายได้ในชีวิตประจำวัน ในขณะที่ประกันสุขภาพจะเป็นการให้ความคุ้มครองโดยจ่ายชดเชยตามค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจริงตามที่ระบุในใบเสร็จรับเงิน แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์

 

Q : สามารถทำประกันโรคร้ายแรงหลายฉบับพร้อมกันได้หรือไม่ ?

A : สามารถทำได้ การซื้อประกันโรคร้ายแรงไว้หลายฉบับจะช่วยเพิ่มวงเงินความคุ้มครองให้สูงขึ้น หากเป็นประกันแบบ “เจอ จ่าย จบ” เมื่อตรวจพบโรคร้ายแรงตรงตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ จะสามารถเคลมรับเงินก้อนจากทุกบริษัทที่ทำไว้ได้เลย

 

Q : หากมีปัญหาสุขภาพ หรือป่วยเป็นโรคร้ายแรงแล้ว ยังซื้อประกันโรคร้ายแรงเพิ่มได้ไหม ?

A : โดยทั่วไป บริษัทประกันภัยมักจะไม่คุ้มครองโรคร้ายแรงที่เป็นมาก่อนการทำประกัน (Pre-existing Condition) หรืออาจมีการยกเว้นความคุ้มครองในโรคที่เกี่ยวเนื่อง จึงแนะนำให้วางแผนซื้อประกันโรคร้ายแรงไว้ตั้งแต่ตอนที่สุขภาพยังแข็งแรงสมบูรณ์จะดีที่สุด

 

Q : เงินก้อนที่ได้จากประกันโรคร้ายแรง นำไปใช้จ่ายส่วนอื่นที่นอกเหนือจากค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่ ?

A : ได้ เนื่องจากจุดเด่นของเงินก้อนจากประกันโรคร้ายแรงคือความยืดหยุ่น จึงสามารถนำเงินไปบริหารจัดการได้อย่างอิสระตามความจำเป็น เช่น นำไปชดเชยรายได้ที่หายไปในช่วงพักฟื้น จ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลที่บ้าน หรือแม้แต่นำไปผ่อนชำระหนี้สิน เพื่อไม่ให้เสียสภาพคล่องทางการเงิน

 

Q : เบี้ยประกันโรคร้ายแรงจะปรับเพิ่มขึ้นตามอายุ หรือเป็นแบบจ่ายคงที่ ?

A : โดยส่วนใหญ่แล้วเบี้ยประกันโรคร้ายแรงแบบสัญญาเพิ่มเติมจะมีการปรับเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุ เนื่องจากความเสี่ยงในการเจ็บป่วยจะสูงขึ้นตามวัย แต่ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นภาระ ควรจัดสรรงบประมาณค่าเบี้ยประกันภัยให้อยู่ในระดับ 10-15% ของรายได้ต่อปีตามที่แนะนำในบทความ เพื่อให้สามารถส่งเบี้ยฯ ได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว